พระราชวังฤดูร้อน 颐和园

ย้อนรอยประวัติศาสตร์

พื้นที่ที่เป็นพระราชวังฤดูร้อนอี๋เหอหยวนในปัจจุบันนี้ มีประวัติศาสตร์มาเกือบพันปีแล้ว ย้อนหลังไปราวคริสต์ศักราชที่ 11 สมัยราชวงศ์จิน ค.ศ. 1115-1234พื้นที่ในเขตไห่เตี้ยน(海淀区) นอกกรุงปักกิ่ง มีภูมิประเทศของขุนเขางดงาม ประดุจภาพวาด อากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การพักผ่อน อีกทั้งไม่ไกลจากเมืองหลวงมากนัก จึงเหมาะเป็นสถานที่ที่เจ้านายผู้ปกครองในระบบศักดินานิยมมาพักผ่อนตากอากาศ และก่อสร้างพระราชวังฤดูร้อนขึ้น
       
ในสมัยจักรพรรดิหย่งเจิ้งแห่งราชวงศ์ชิง ค.ศ.1644-1911พระราชวังฤดูร้อนได้ทวีความสำคัญขึ้น โดยจักรพรรดิต่อมาอีกหลายพระองค์โปรดเสด็จมาประทับทรงงาน ตลอดจนว่าราชการแผ่นดินที่พระราชวังฤดูร้อนนอกเขตพระราชฐาน จนทำให้พระราชวังฤดูร้อนมีบทบาทสำคัญในด้านเป็นศูนย์กลางทางการเมือง
       
กล่าวกันว่า การก่อสร้างพระราชวังฤดูร้อนนอกพระราชฐานนี้ดำเนินมาตลอดเวลา 800 ปีจวบจนกระทั่งสิ้นสุดกาลสมัยของราชวงศ์แมนจู  ทำให้พระราชวังฤดูร้อนบริเวณชานกรุงปักกิ่งบนเขา 3 ลูก ได้แก่ เขาเซียงซัน (香山) เขาอี้ว์เฉวียนซัน (玉泉山) และเขาวั่นโซ่วซัน (万寿山) มีพื้นที่กว้างใหญ่รวมทั้งสิ้นกว่า 100 ตารางกิโลเมตร โดยแบ่งเป็นพื้นที่ของอุทยานในพระราชวังฤดูร้อน 5 แห่ง คือ สวนจิ้งอี๋หยวน (静宜园) จิ้งหมิงหยวน (静明园) อี๋เหอหยวน (颐和园) ชั่งชุนหยวน (畅春园) และหยวนหมิงหยวน (圆明园)

และสำหรับสวนในพระราชวังอี๋เหอหยวน แห่งนี้ เดิมทีคือ 'อุทยานชิงอีหยวน' (清漪园) อยู่ในอาณาเขตพระราชวังหยวนหมิงหยวน (圆明园) ริมเชิงเขาวั่นโซ่วซัน  ด้านตะวันตกมีทะเลสาบชื่อ ทะเลสาบซีหู (西湖) ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อมาเป็น ทะเลสาบคุนหมิง 

สวนชิงอีหยวน สร้างขึ้นในปีค.ศ.1750 (รัชสมัยเฉียนหลง ปีที่ 15) เพื่อเฉลิมฉลองวาระคล้ายวันพระราชสมภพของพระราชมารดาในจักรพรรดิเฉียนหลง ใช้เวลาก่อสร้าง 14 ปี(เสร็จในปีค.ศ.1764)

ปีค.ศ.1860 สวนชิงอีหยวนถูกเผาทำลายโดยกองทหารอังกฤษและฝรั่งเศส ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในปีค.ศ.1866 และเปลี่ยนชื่อมาเป็น 'อี๋เหอหยวนต่อมาได้ถูกกองทหารพันธมิตรของมหาอำนาจจักรวรรดินิยม 8 ประเทศ เผาทำลายอีกครั้งในปีค.ศ.1900 หลังจากนั้นราว 3 ปี จึงมีการบูรณะขึ้นอีกครั้ง

ปีค.ศ.1908 ภายหลังที่พระนางซูสีไทเฮาและจักรพรรดิกวงสูเสด็จสวรรคต พระราชวังฤดูร้อนที่ผ่านมรสุมมายาวนานก็ได้ยุติการรับใช้ราชสำนักชิง และเมื่อปีค.ศ.1911 ปีที่การปฏิวัติซินไฮ่ ล้มล้างราชสำนักแมนจูอุบัติขึ้น ‘สวนแห่งราชสำนักอี๋เหอหยวนก็ได้ปิดฉากลง ตามการล่มสลายของราชวงศ์ชิง ก่อนที่จีนจะเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ และได้รับการประกาศเป็นสวนสาธารณะในปี ค.ศ. 1924 โดยอนุญาตให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาเที่ยวชมได้

ทะเลสาบคุนหมิง

พื้นที่ของพระราชวังฤดูร้อนอี๋เหอหยวน 3 ใน 4 ส่วนประกอบด้วยน้ำของทะเลสาบคุนหมิง ในสมัยจักรพรรดิเฉียนหลง โอรสในจักรพรรดิหย่งเจิ้ง ทรงใช้แรงงานคนถึงแสนคน ในการขุดขยายทะเลสาบคุนหมิงจนมีขนาดเท่าปัจจุบัน พระนางซูสีไทเฮาทรงโปรดการเสด็จเรือพระที่นั่งในทะเลสาบแห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง แต่ก่อนจะเสด็จลงเรือพระที่นั่ง พระนางจะเสด็จไปนมัสการเทพเจ้าพญามังกร ณ วัดหลงหวังเมี่ยว หรือ วัดพญามังกร บนเกาะเล็กๆของทะเลสาบใต้ซึ่งเป็นส่วน หนึ่งของทะเลสาบคุนหมิงเสมอ

ทะเลสาบคุนหมิงนับเป็นทิวทัศน์ที่โดดเด่นที่สุดในพระราชวังอี๋เหอหยวน มีสะพานและเขื่อนทางทิศตะวันตกและออกของทะเลสาบที่งดงาม

ภูเขาวั่นโซ่วซัน

เบื้องหลังของทะเลสาบคุนหมิงคือภูเขาเวิงซัน คำว่าเวิงซัน แปลว่า ภูเขาผู้เฒ่า เล่ากันว่า เหตุที่ได้ชื่อว่าภูเขาเวิงซัน เพราะมีชายชราคนหนึ่งขุดพบก้อนหินรูปร่างคล้ายผู้เฒ่าได้ที่เนินเขา พอถึงสมัยจักรพรรดิเจี่ยจิ้งแห่งราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368-1644) หินก้อนนั้นได้หายสาบสูญไป แต่ชื่อเวิงซันยังคงใช้มาจนถึงสมัยจักรพรรดิเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิง

จักรพรรดิเฉียนหลงทรงเปลี่ยนชื่อเวิงซันเป็นวั่นโซ่วซัน แปลว่าภูเขาหมื่นปี เพื่อเทิดพระเกียรติแด่พระมารดาให้มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน ต่อมาในปี ค.ศ. 1447 แม่นมในจักรพรรดิซือจื้อแห่งราชวงศ์หมิง ได้สร้างศาลเจ้าหยวนจิ้งขึ้นบนภูเขาแห่งนี้ ปัจจุบันคือ วิหารไผหยุน


ระเบียงยาวสิ่งปลูกสร้างริมทะเลสาบคุนหมิง
ที่เป็นเอกลักษณ์ของพระราชวังฤดูร้อนอี๋เหอหยวน

ทางตอนใต้ของเชิงเขาวั่นโซ่วซัน ยังมีสิ่งปลูกสร้างที่เป็นเอกลักษณ์อีกสิ่งหนึ่งของพระราชวังฤดูร้อนอี๋เหอหยวน คือ ระเบียงยาว(长廊) ที่ทอดตัวยาวคดเคี้ยวบนริมฝั่งทะเลสาบคุนหมิงทางทิศเหนือ  มีรูปแบบการก่อสร้างที่มีความพิเศษ คือ ภายในระเบียงด้านในมีการเขียนลวดลายเป็นภาพวาดสีสันแพรวพราวกว่า 15,000 ภาพ ด้านนอกระเบียงสร้างเป็นศาลาพักร้อน หอชมสวนเก๋งจีนเชื่อมต่อตลอดความยาวของระเบียงเป็นระยะๆ 

สิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่กล่าวถึง คือ ศาลาแปดเหลี่ยมที่มีชื่อตามความงามในฤดูกาลทั้งสี่ ได้แก่ หอหลิวเจีย (留佳) ฉีหลาน (寄澜) ชิวซุ่ย (秋水และชิงเหยา ( ปีค.ศ.1990 ระเบียงยาวแห่งนี้ได้รับการบันทึกให้เป็นระเบียงที่ประดับภาพเขียนที่ยาวที่สุดในโลก ซึ่งมีความยาวถึง 728 เมตร แบ่งเป็น 273 ช่วง แต่ละช่วงมีการแสดงภาพเขียนทิวทัศน์ธรรมชาติ ดอกไม้ และนกนานาชนิด

วิหารไผหยุน

ไผหยุน แปลว่า เมฆปลิวออกมา เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นโดยดึงมาจากกลอนวรรคหนึ่งของกัวผู กวีและข้าราชการที่มีชื่อเสียงและคุณธรรมในสมัยราชวงศ์จิ้น (ค.ศ. 265-316) เพื่อเปรียบเปรยวิหารไผหยุนว่างดงามดั่งวิหารเทพเจ้าบนสรวงสวรรค์

ในครั้งที่พระนางซูสีไทเฮาทรงรับสั่งให้บูรณะซ่อมแซมอี๋เหอหยวนนั้น พระนางมีดำริให้ใช้วิหารไผหยุนเป็นห้องบรรทม แต่ระหว่างที่กำลังดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมอยู่นั้น พระนางก็ทรงพระประชวรขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ จึงทรงพระราชดำริขึ้นได้ว่า เหนือ วิหารไผหยุนขึ้นไป เป็นที่ตั้งของหอฝอเซียงจุดที่สูงสุดบนภูเขาวั่นโซ่วซัน ภายในประดิษฐานพระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ ( อวโลกิเตศวร ) การสร้างห้องบรรทมใกล้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์เกินไปอาจไม่เหมาะสม จึงทรงมีรับสั่งให้เปลี่ยนมาใช้ตำหนักเล่อโซ่วเป็นห้องบรรทมแทน ส่วนวิหารไผหยุนเป็นที่จัดพิธีฉลองวันพระราชสมภพ ซึ่งตรงกับวันขึ้น 10 ค่ำเดือน10 ตามปฏิทินจันทรคติของทุกปี 

เมื่อปีค.ศ.1960 ด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์ชิงที่โดดเด่น ทำให้พระราชวังฤดูร้อนอี๋เหอหยวนได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้เป็น โบราณสถานที่ควรค่าอนุรักษ์ของชาติ และได้รับการบันทึกให้เป็นโบราณสถานมรดกโลกทางวัฒนธรรมในเวลาต่อมา  ปัจจุบัน พระราชวังฤดูร้อนแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของกรุงปักกิ่ง ที่คณะนักท่องเที่ยวไม่อาจพลาดชม เช่นเดียวกับ พระราชวังต้องห้าม(กู้กง) กำแพงเมืองจีน และหอสักการะฟ้า(เทียนถัน)
ซ้ายบนสุด-ดอกอี้ว์หลันหน้าตำหนักเล่อโซ่ว ดอกไม้ที่พระนางซูสีไทเฮาทรงโปรด ซ้ายกลาง-หอจิ่งหมิงที่ทะเลสาบคุนหมิง ซ้ายล่าง-สะพานอี้ว์ไต้ สะพานในทะเลสาบคุนหมิง ขวาบน-สะพานจิ้งเฉียว หรือสะพานกระจก และขวาล่าง-วิหารฝอเซียง


ตำหนักเล่อโซ่ว ห้องบรรทมของพระนางซูสีไทเฮา


ข้อมูล
มรดกโลกทางวัฒนธรรม ปี ค.ศ.1998
ที่ตั้ง - เขตไห่เตี้ยน ห่างจากตัวเมืองปักกิ่งไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 15 กิโลเมตร
สร้างในปี -  ค.ศ.1750-ค.ศ.1764 รัชกาลเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิง 
อาณาเขต - ราว 2,929,600 ตารางเมตร
       
ข้อมูลเดินทาง

ราคาบัตรผ่านประตู 20 หยวน (1 พ.ย.-31 มี.ค.) ฤดูท่องเที่ยว 30 หยวน (1 เม.ย.-31 ต.ค.) ตั๋วเหมา (รวมค่าผ่านประตู ค่าเข้าสวนเต๋อเหอหยวน หอฝอเซียง และถนนซูโจว ) 40 หยวน (เวลาปรกติ) และ 50 หยวน (ฤดูท่องเที่ยว) 

เดินทางโดยรถประจำทาง มีรถเมล์สาย 301303330332331346362374375904905 ผ่านอี๋เหอหยวน

เส้นทางที่สะดวกที่สุด จากใจกลางเมืองปักกิ่ง สามารถนั่งรถไฟใต้ดินลงที่สถานีซีจื๋อเหมิน 西直门 (ใกล้กับสวนสัตว์ปักกิ่ง) และต่อรถโดยสารข้างต้น หรือขี่จักรยานใช้เวลาราว 1 ชม.ครึ่ง - 2 ชม.

แหล่งที่มา  :  โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  12 ตุลาคม 2547


Comments