ย้อนรอยประวัติศาสตร์ พื้นที่ที่เป็นพระราชวังฤดูร้อนอี๋เหอหยวนในปัจจุบันนี้
มีประวัติศาสตร์มาเกือบพันปีแล้ว ย้อนหลังไปราวคริสต์ศักราชที่ 11 สมัยราชวงศ์จิน (ค.ศ.
1115-1234)พื้นที่ในเขตไห่เตี้ยน(海淀区) นอกกรุงปักกิ่ง
มีภูมิประเทศของขุนเขางดงาม ประดุจภาพวาด อากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การพักผ่อน
อีกทั้งไม่ไกลจากเมืองหลวงมากนัก
จึงเหมาะเป็นสถานที่ที่เจ้านายผู้ปกครองในระบบศักดินานิยมมาพักผ่อนตากอากาศ
และก่อสร้างพระราชวังฤดูร้อนขึ้น และสำหรับสวนในพระราชวังอี๋เหอหยวน แห่งนี้ เดิมทีคือ 'อุทยานชิงอีหยวน' (清漪园) อยู่ในอาณาเขตพระราชวังหยวนหมิงหยวน (圆明园) ริมเชิงเขาวั่นโซ่วซัน ด้านตะวันตกมีทะเลสาบชื่อ ทะเลสาบซีหู (西湖) ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อมาเป็น ทะเลสาบคุนหมิง สวนชิงอีหยวน สร้างขึ้นในปีค.ศ.1750 (รัชสมัยเฉียนหลง ปีที่ 15) เพื่อเฉลิมฉลองวาระคล้ายวันพระราชสมภพของพระราชมารดาในจักรพรรดิเฉียนหลง ใช้เวลาก่อสร้าง 14 ปี(เสร็จในปีค.ศ.1764) ปีค.ศ.1860 สวนชิงอีหยวนถูกเผาทำลายโดยกองทหารอังกฤษและฝรั่งเศส ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในปีค.ศ.1866 และเปลี่ยนชื่อมาเป็น 'อี๋เหอหยวน' ต่อมาได้ถูกกองทหารพันธมิตรของมหาอำนาจจักรวรรดินิยม 8 ประเทศ เผาทำลายอีกครั้งในปีค.ศ.1900 หลังจากนั้นราว 3 ปี จึงมีการบูรณะขึ้นอีกครั้ง ปีค.ศ.1908 ภายหลังที่พระนางซูสีไทเฮาและจักรพรรดิกวงสูเสด็จสวรรคต พระราชวังฤดูร้อนที่ผ่านมรสุมมายาวนานก็ได้ยุติการรับใช้ราชสำนักชิง และเมื่อปีค.ศ.1911 ปีที่การปฏิวัติซินไฮ่ ล้มล้างราชสำนักแมนจูอุบัติขึ้น ‘สวนแห่งราชสำนักอี๋เหอหยวน’ ก็ได้ปิดฉากลง ตามการล่มสลายของราชวงศ์ชิง ก่อนที่จีนจะเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ และได้รับการประกาศเป็นสวนสาธารณะในปี ค.ศ. 1924 โดยอนุญาตให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาเที่ยวชมได้ทะเลสาบคุนหมิง พื้นที่ของพระราชวังฤดูร้อนอี๋เหอหยวน 3 ใน 4 ส่วนประกอบด้วยน้ำของทะเลสาบคุนหมิง ในสมัยจักรพรรดิเฉียนหลง โอรสในจักรพรรดิหย่งเจิ้ง ทรงใช้แรงงานคนถึงแสนคน ในการขุดขยายทะเลสาบคุนหมิงจนมีขนาดเท่าปัจจุบัน พระนางซูสีไทเฮาทรงโปรดการเสด็จเรือพระที่นั่งในทะเลสาบแห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง แต่ก่อนจะเสด็จลงเรือพระที่นั่ง พระนางจะเสด็จไปนมัสการเทพเจ้าพญามังกร ณ วัดหลงหวังเมี่ยว หรือ วัดพญามังกร บนเกาะเล็กๆของทะเลสาบใต้ซึ่งเป็นส่วน หนึ่งของทะเลสาบคุนหมิงเสมอ ทะเลสาบคุนหมิงนับเป็นทิวทัศน์ที่โดดเด่นที่สุดในพระราชวังอี๋เหอหยวน มีสะพานและเขื่อนทางทิศตะวันตกและออกของทะเลสาบที่งดงาม ภูเขาวั่นโซ่วซัน เบื้องหลังของทะเลสาบคุนหมิงคือภูเขาเวิงซัน คำว่าเวิงซัน แปลว่า ภูเขาผู้เฒ่า เล่ากันว่า เหตุที่ได้ชื่อว่าภูเขาเวิงซัน เพราะมีชายชราคนหนึ่งขุดพบก้อนหินรูปร่างคล้ายผู้เฒ่าได้ที่เนินเขา พอถึงสมัยจักรพรรดิเจี่ยจิ้งแห่งราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368-1644) หินก้อนนั้นได้หายสาบสูญไป แต่ชื่อเวิงซันยังคงใช้มาจนถึงสมัยจักรพรรดิเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิง จักรพรรดิเฉียนหลงทรงเปลี่ยนชื่อเวิงซันเป็นวั่นโซ่วซัน แปลว่าภูเขาหมื่นปี เพื่อเทิดพระเกียรติแด่พระมารดาให้มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน ต่อมาในปี ค.ศ. 1447 แม่นมในจักรพรรดิซือจื้อแห่งราชวงศ์หมิง ได้สร้างศาลเจ้าหยวนจิ้งขึ้นบนภูเขาแห่งนี้ ปัจจุบันคือ วิหารไผหยุนระเบียงยาวสิ่งปลูกสร้างริมทะเลสาบคุนหมิง
ทางตอนใต้ของเชิงเขาวั่นโซ่วซัน ยังมีสิ่งปลูกสร้างที่เป็นเอกลักษณ์อีกสิ่งหนึ่งของพระราชวังฤดูร้อนอี๋เหอหยวน คือ ระเบียงยาว(长廊) ที่ทอดตัวยาวคดเคี้ยวบนริมฝั่งทะเลสาบคุนหมิงทางทิศเหนือ มีรูปแบบการก่อสร้างที่มีความพิเศษ คือ ภายในระเบียงด้านในมีการเขียนลวดลายเป็นภาพวาดสีสันแพรวพราวกว่า 15,000 ภาพ ด้านนอกระเบียงสร้างเป็นศาลาพักร้อน หอชมสวนเก๋งจีนเชื่อมต่อตลอดความยาวของระเบียงเป็นระยะๆ สิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่กล่าวถึง คือ ศาลาแปดเหลี่ยมที่มีชื่อตามความงามในฤดูกาลทั้งสี่ ได้แก่ หอหลิวเจีย (留佳) ฉีหลาน (寄澜) ชิวซุ่ย (秋水) และชิงเหยา (清 遥) ปีค.ศ.1990 ระเบียงยาวแห่งนี้ได้รับการบันทึกให้เป็นระเบียงที่ประดับภาพเขียนที่ยาวที่สุดในโลก ซึ่งมีความยาวถึง 728 เมตร แบ่งเป็น 273 ช่วง แต่ละช่วงมีการแสดงภาพเขียนทิวทัศน์ธรรมชาติ ดอกไม้ และนกนานาชนิด วิหารไผหยุน ไผหยุน แปลว่า เมฆปลิวออกมา เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นโดยดึงมาจากกลอนวรรคหนึ่งของกัวผู กวีและข้าราชการที่มีชื่อเสียงและคุณธรรมในสมัยราชวงศ์จิ้น (ค.ศ. 265-316) เพื่อเปรียบเปรยวิหารไผหยุนว่างดงามดั่งวิหารเทพเจ้าบนสรวงสวรรค์ ในครั้งที่พระนางซูสีไทเฮาทรงรับสั่งให้บูรณะซ่อมแซมอี๋เหอหยวนนั้น พระนางมีดำริให้ใช้วิหารไผหยุนเป็นห้องบรรทม แต่ระหว่างที่กำลังดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมอยู่นั้น พระนางก็ทรงพระประชวรขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ จึงทรงพระราชดำริขึ้นได้ว่า เหนือ วิหารไผหยุนขึ้นไป เป็นที่ตั้งของหอฝอเซียงจุดที่สูงสุดบนภูเขาวั่นโซ่วซัน ภายในประดิษฐานพระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ ( อวโลกิเตศวร ) การสร้างห้องบรรทมใกล้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์เกินไปอาจไม่เหมาะสม จึงทรงมีรับสั่งให้เปลี่ยนมาใช้ตำหนักเล่อโซ่วเป็นห้องบรรทมแทน ส่วนวิหารไผหยุนเป็นที่จัดพิธีฉลองวันพระราชสมภพ ซึ่งตรงกับวันขึ้น 10 ค่ำเดือน10 ตามปฏิทินจันทรคติของทุกปีเมื่อปีค.ศ.1960 ด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์ชิงที่โดดเด่น ทำให้พระราชวังฤดูร้อนอี๋เหอหยวนได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้เป็น โบราณสถานที่ควรค่าอนุรักษ์ของชาติ และได้รับการบันทึกให้เป็นโบราณสถานมรดกโลกทางวัฒนธรรมในเวลาต่อมา ปัจจุบัน พระราชวังฤดูร้อนแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของกรุงปักกิ่ง ที่คณะนักท่องเที่ยวไม่อาจพลาดชม เช่นเดียวกับ พระราชวังต้องห้าม(กู้กง) กำแพงเมืองจีน และหอสักการะฟ้า(เทียนถัน) ซ้ายบนสุด-ดอกอี้ว์หลันหน้าตำหนักเล่อโซ่ว ดอกไม้ที่พระนางซูสีไทเฮาทรงโปรด ซ้ายกลาง-หอจิ่งหมิงที่ทะเลสาบคุนหมิง ซ้ายล่าง-สะพานอี้ว์ไต้ สะพานในทะเลสาบคุนหมิง ขวาบน-สะพานจิ้งเฉียว หรือสะพานกระจก และขวาล่าง-วิหารฝอเซียง ตำหนักเล่อโซ่ว ห้องบรรทมของพระนางซูสีไทเฮา ข้อมูล ราคาบัตรผ่านประตู 20 หยวน (1 พ.ย.-31 มี.ค.) ฤดูท่องเที่ยว 30 หยวน (1 เม.ย.-31 ต.ค.) ตั๋วเหมา (รวมค่าผ่านประตู ค่าเข้าสวนเต๋อเหอหยวน หอฝอเซียง และถนนซูโจว ) 40 หยวน (เวลาปรกติ) และ 50 หยวน (ฤดูท่องเที่ยว) เดินทางโดยรถประจำทาง มีรถเมล์สาย 301、303、330、332、331、346、362、374、375、904、905 ผ่านอี๋เหอหยวน เส้นทางที่สะดวกที่สุด จากใจกลางเมืองปักกิ่ง สามารถนั่งรถไฟใต้ดินลงที่สถานีซีจื๋อเหมิน 西直门 (ใกล้กับสวนสัตว์ปักกิ่ง) และต่อรถโดยสารข้างต้น หรือขี่จักรยานใช้เวลาราว 1 ชม.ครึ่ง - 2 ชม.แหล่งที่มา : โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 ตุลาคม 2547 |












