ทิเบต 西藏

ผู้ที่เคยใช้หรือเคยเห็นธนบัตรใบละ 50 หยวน ชุดที่5 ของจีนคงจำภาพที่อยู่ด้านหลังของธนบัตรนี้ได้ ภาพนั้นเป็นภาพพิมพ์ของพระราชวังโปตะลาในเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน

พระราชวังโปตะลาเป็นหมู่สถาปัตยกรรมขนาดใหญ่โตโอฬาร สร้างขึ้นตามสภาพภูมิประเทศของขุนเขา เป็นอาคาร 13 ชั้น สูง 117 เมตร สร้างขึ้นด้วยดินและไม้ มีสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด 999 ห้อง เป็นการผสมผสานศิลปะทางสถาปัตยกรรมของทิเบตและจีนโบราณ โดยได้ชื่อว่า"ไข่มุกราตรีแห่งหลังคาโลก"

พระราชวังโปตะลาตั้งอยู่บนเขาหงซานที่มีความสูงกว่าระดับ น้ำทะเล 3,700 เมตร ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองลาสา สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าสรองตาสันคัมโป กษัตริย์องค์ที่ 32 แห่งราชวงศ์ถู่โป เนื่องในโอกาสอภิเษกสมรสกับองค์หญิงเหวินเฉิน แห่งราชวงศ์ถังที่เดินทางมาจากดินแดนชั้นในของจีน

คำว่า "โปตะลา" มาจากภาษาอินเดียโบราณ แปลว่า "ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของพระโพธิสัตว์" ต่อมา ราชวงศ์ถู่โปล่มสลาย พระราชวังแห่งนี้จึงถูกทิ้งให้รกร้างทรุดโทรมลง จวบจนเมื่อศตวรรษที่ 17 พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองขึ้นในทิเบต

ในปีค.ศ. 1645 องค์ทะไลลามะที่5 ได้รวมอำนาจของศาสนจักรและอาณาจักรเข้าไว้ ด้วยกัน เมืองลาสา กลับเป็นศูนย์กลางของทิเบตอีกครั้ง พระองค์ได้ซ่อมแซมพระราชวังโปตะลาอีกครั้ง เพื่อใช้เป็น สถานที่ว่าราชการและที่ประทับในฤดูหนาว นับจากนั้นมา สถานที่แห่งนี้ก็ได้กลายเป็นศูนย์รวมอำนาจทางการเมืองและศาสนา ของทิเบต

องค์ทะไลลามะ องค์ต่างๆในเวลาต่อมาก็ได้ ขยายพระราชวังโปตะลาไปอีกเรื่อยๆ พระราชวังโปตะลาจึงมีขนาดใหญ่โตมโหฬารอย่างเช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

จากช่วงกลางศตวรรษที่ 17 นถึงก่อนหน้าที่กองทัพปลดแอกประชาชนจีนจะเข้าปลดแอก ทิเบตในปี1959  พระราชวังโปตะลาที่มีสถานะเป็นพระราชวังฤดูหนาว ขององค์ทะไลลามะและเป็นที่ประกอบกิจกรรมทางการเมืองการ ปกครองและศาสนกิจมาโดยตลอด

สิ่งปลูกสร้างที่สำคัญของพระราชวังโปตะลาได้แก่ วังขาวและวัง แดง รวมถึงสิ่งปลูกสร้างบริเวณเชิงเขาในละแวกใกล้เคียง วังขาว เป็นอาคารสูง 7 ชั้น ตั้งอยู่ทางตะวันออก  สร้างขึ้นในปี1648    เป็นสถานที่ซึ่งองค์ทะไลลามะใช้ในการดูแลบริหารบ้านเมืองและพระ ศาสนาตลอดจนเป็นที่ประทับด้วย

ส่วนวังแดง ตั้งอยู่กลางพระราชวังโปตะลา สิ่งปลูกสร้างหลักสร้างเสร็จในปี 1964 แบ่งออกเป็น 6 ชั้น เป็นที่ประดิษฐานองค์สถูปของทะไลลามะและเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา วังแดงเป็นที่ประดิษฐานองค์สถูปของทะไลลามะ 8 องค์ องค์สถูปของทะไลลามะที่5 เป็นองค์ใหญ่ที่สุดในนั้น

ตามข้อมูลที่บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ แค่ทองคำที่ใช้ในการตกแต่ง สถูปก็มีน้ำหนักถึง1แสน 1หมื่น 9พันตำลึง พระศพของทะไล ลามะองค์ที่5 ก็เก็บรักษาไว้ในสถูปองค์นี้

โดยรอบของพระราชวังโปตะลายังประกอบไปด้วยโรงเรียน สอนศาสนา กุฏิพระ และห้องหับต่าง ๆ ทางปีกตะวันออกและตะวันตก นอกจากนี้ ยังมีเขตเมืองเก่า เทศบาลท้องถิ่น โรงพิมพ์พระคัมภีร์ คุกคุมขังนักโทษ สระน้ำและสวนเป็นต้น

พระราชวังโปตะลาได้ออกแบบและก่อสร้างขึ้นตามกฏเกณฑ์ การขึ้นลงของพระอาทิตย์บนที่ราบสูง พื้นฐานของกำแพงทั้งกว้าง และแข็งแกร่ง ใต้สิ่งปลูกสร้างมีทางใต้ดินที่เชื่อมติดต่อกันและมีช่อง ถ่ายเทอากาศ ข้างบนของห้องต่างๆก็มีหน้าต่างบนหลังคาสำหรับ รับแสงแดดและปรับอากาศ คานไม้และเสาไม้ต่างๆภายในพระราชวัง มีภาพแกะสลักในรูปลักษณ์ต่างๆ ส่วนภาพผนังก็มีเนื้อที่มากกว่า2,500 ตารางเมตร

นอกจากนั้น ภายในพระราชวังยังเก็บรักษาภาพตังกา?tangka?ที่มีสีสันสดใสซึ่งเป็นภาพที่มี เอกลักษณ์ของทิเบตตลอดจนโบราณวัตถุอันล้ำค่าจำนวนมาก

พระราชวังโปตาลาถูกจัดเข้าไว้ในรายชื่อของหน่วยงานที่ควรอนุรักษ์ เป็นพิเศษในระดับชาติเมื่อปี1961รัฐบาลจีนได้จัดสรรเงินทุนจำนวน 50กว่าล้านหยวนในการซ่อมแซมเป็นครั้งแรกเมื่อปี1989 และได้ ผันเงินอีกจำนวน 176 ล้านหยวน  เพื่อดำเนินการซ่อมแซมเป็นครั้งที่ สองตั้งแต่ปี 2005

เมื่อเดือนธันวาคมปี1994 พระราชวังโปตะลาทิเบต ซึ่งเป็นตัวแทนผลงานชิ้นเอกทางด้านศิลปวัฒนธรรมและศาสนาของ ชนชาติทิเบตแห่งนี้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรม

วัดต้าเจาหรือวัดชอคัง

ผู้ที่เคยไปเที่ยวทิเบตกล่าวว่า "ไปลาสาไม่ไปวัดต้าเจาก็เท่ากับไปไม่ถึงลาสา"

วัดต้าเจามีความหมายว่า "สถานที่ประดิษฐานพระคัมภีร์" ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองลาสา เริ่มสร้างในราชวงศ์ถัง (ราวปีค.ศ. 647) วัดต้าเจานับเป็นวัดแห่งแรกในทิเบต

เมื่อแรกสร้างวัดต้าเจามีพื้นที่เพียง 8 ห้องสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปและเก็บรักษาพระคัมภีร์เท่านั้น เนื่องจากว่า สมัยนั้น ทิเบตยังไม่มีพระสงฆ์ ต่อมาในศตวรรษที่ 17 องค์ทะไลลามะที่ 5 ได้ทรงซ่อมสร้างและต่อเติมครั้งใหญ่ กลายเป็นอารามหลวงที่มีพื้นที่มากกว่า 25,000 ตารางเมตร นับเป็นสถาปัตยกรรมที่มีการผสมผสานอย่างลงตัวของศิลปะสมัยถัง และศิลปะทิเบต

ในฐานะเป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งในทิเบต วัดต้าเจาได้กลายเป็นสถานที่ประกอบพิธีบวชขององค์พระบันเชนและ องค์ทะไลลามะในยุคสมัยต่างๆ ในเมืองลาสา ชาวทิเบตทั่วไปเรียกบริเวณละแวกถนน "ปาโค่" ที่มีวัด "ต้าเจา"เป็นศูนย์กลางว่า "ลาสา" ในภาษาทิเบตหมายความว่า "พุทธภูมิ"

จึงเห็นได้ว่า วัดต้าเจามีฐานะสูงส่งอยู่ในใจของชาวทิเบต และเป็นสถานที่สำคัญในชีวิตประจำวันของชาวเมืองลาสา

เล่ากันว่า ในระหว่างก่อสร้าง วัดต้าเจา เคยถูกน้ำท่วมหลายครั้ง องค์หญิงเหวินเฉิงแห่งราชวงศ์ถังทรงให้คำ อธิบายว่า รูปลักษณ์ของที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบตเหมือนกับนางยักษ์ นางยักษ์ตนนี้ดูคล้ายๆกับคนนอนหงายหันหน้าไปทางทิศตะวันออก แขนขาหันไปทางทิศตะวันตก

สถานที่ก่อสร้างวัดต้าเจาเดิมซึ่งเป็น ทะเลสาบอยู่ตรงกลางหัวใจของนางยักษ์พอดี น้ำในทะเลสาบก็ เหมือนโลหิตของนางยักษ์ ดังนั้น องค์หญิงเหวินเฉิงจึงทรงแนะว่า จะต้องถมทะเลสาบแล้วสร้างวัดอยู่บนนั้นแทน เพื่อแสดงถึงการเอาชนะหัวใจของนางยักษ์

พร้อมกันนี้ องค์หญิงเหวินเฉินยังทรงมีแนวพระราชดำริให้สร้างวัดอีก 12 แห่ง ตามเขตที่อยู่ห่างไกลจากพื้นที่รัฐถูโป(ทิเบตและพื้นที่ส่วนหนึ่งของทิเบตในปัจจุบัน) เพื่อเอาชนะแขนขาและข้อกระดูกต่างๆของ นางยักษ์ โดยมีวัดทั้งหมด  13 แห่ง

สิ่งปลูกสร้างที่สำคัญของวัดต้าเจาได้แก่ พระวิหารหลวง ขนาด 4 ชั้น มีพระอุโบสถ 20 กว่าห้อง ตัวอาคารมีลักษณะแบบจีน แต่หลังคาส่วนบนประดับตกแต่งด้วยศิลปะทิเบต ชั้นล่างของ พระวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำที่องค์หญิงเหวินเฉิงนำติดตัวมาเมื่อครั้งอภิเษกกับพระเจ้าสรองตาสันคัมโป

ชั้น 2 ประดิษฐานรูปปั้นของพระเจ้าสรองตาสันคัมโปและพระมเหสีทั้งสอง องค์คือ องค์หญิงเหวินเฉิงจากจีนและองค์หญิงชือจุนจากเนปาล

ชั้น 3 เป็นลานกลางแจ้ง เปิดโล่งเสมือนหนึ่งเป็นหน้าต่างเปิดสู่ท้องฟ้า เป็นสถานที่สำหรับการปฏิบัติธรรมถือศีลของพระสงฆ์

ชั้น 4 เป็นหลังคาทำด้วยทองคำ 4 หลัง โดยรอบพระวิหารรวมทั้งแนวระเบียงทางเดินเต็มไปด้วยจิตรกรรมฝา ผนังที่เรียกว่าภาพตังกา(tangka)เป็นพื้นที่กว่า 2,600 ตารางเมตร โดยมากเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติและประวัติบุคคลสำคัญต่าง ๆ ของทิเบต นอกจากนี้ ภายในวัดยังเก็บรักษาวัตถุโบราณอันมีค่าอีก มากมายหลายอย่างด้วย

เดือนพฤศจิกายน ปี2000 วัดต้าเจาหรือวัดชอคัง ได้รับการเสนอให้เป็นมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรมในฐานะเป็นส่วนเพิ่มเติมของพระราชวังโปตะลา

            
 

 

           
 

 

แหล่งที่มา  :  รายการพาเที่ยวจีน (พราะราชวังโปตะลา)   http://thai.cri.cn

                       รายการพาเที่ยวจีน (วัดต้าเจาหรือวัดชอคัง )  

Comments