ถนนสายวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของจีน 10 แห่งแรก

เมื่อ เร็วๆนี้ จีนได้ประกาศรายชื่อ "ถนนสายวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของจีน" 10 แห่งแรก โดยสำนักข่าว ไชน่า คัลเจอรัล เดลี่ และสมาคมประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมจีนได้เริ่มผุดโครงการ "เลือกเฟ้น แนะนำ และประชาสัมพันธ์ถนนสายวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของจีน" เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2008 ภายใต้การอนุมัติของกระทรวงวัฒนธรรมและคณะกรรมการมรดกทางวัฒนธรรม

จากถนนกว่า 200 สายที่ถูกเสนอชื่อเข้ามา ทำให้ประชาชนมากกว่า 1.4 ล้านคนพิจารณาจาก 6 ปัจจัยสำคัญ อันได้แก่ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ทะนุบำรุง เศรษฐกิจ สังคม และการบริหารจัดการ สุดท้ายได้ลงคะแนนเลือกเพียง 10 แห่งเท่านั้น

โดย 10 ถนนสายวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของจีน ได้แก่ ถนนกั๋วจื่อเจี้ยนในกรุงปักกิ่ง ถนนใต้ในอำเภอผิงเหยามณฑลซานซี ถนนกลางในเมืองฮาร์บินมณฑลเฮยหลงเจียง ถนนผิงเจียงในเมืองซูโจวมณฑลเจียงซู ถนนเก่าถุนซีในหวงซานมณฑลอันฮุย ถนน 3 ตรอก 7 ซอยในเมืองฝูโจวมณฑลฮกเกี้ยน ถนนปาต้ากวนในชิงเต่า   ถนนโบราณเจ้าเต๋อในเมืองชิงโจวมณฑลซานตง ถนนเก่าฉีโหลวในไหโข่วมณฑลไหหลำ และ ถนนปาคั่วในเมืองลาซาของทิเบต

ถนนกั๋วจื่อเจี้ยนในกรุงปักกิ่ง

1. ถนนกั๋วจื่อเจี้ยนตั้งอยู่เขตตงเฉินกรุงปักกิ่ง เนื่องจากกั๋วจื่อเจี้ยน ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาระดับสูงสุดในสมัยราชวงศ์หยวน หมิงและชิงของจีนตั้งอยู่ที่นี่ ถนนสายนี้จึงใช้ชื่อนี้ ถนนสายนี้มีซุ้มประตู 4 แห่ง ยังมีบ้านพักดั้งเดิมของกรุงปักกิ่งจำนวนมากซึ่งได้รับการรักษาไว้เป็นอย่าง ดี สะท้อนให้เห็นถนนและตรอกซอยอันเก่าแก่ของกรุงปักกิ่ง ปี 1984 ถนนสายนี้ได้รับการจัดให้เป็นโบราณสถานที่ควรอนุรักษ์ระดับเมืองของกรุง ปักกิ่ง 

ถนนใต้ในอำเภอผิงเหยามณฑลซานซี

2. ถนนใต้ในอำเภอผิงเหยา เป็นเส้นทางที่ผ่ากลางเมืองในแนวเหนือจรดใต้ สองข้างทางบนถนนสายนี้มีร้านค้าเก่าแก่ตั้งเรียงราย เป็นย่านการค้าที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง สถาบันการเงินร้อยละ 50 จากทั่วประเทศก็ตั้งอยู่ในถนนสายนี้ ในสมัยราชวงศ์ชิง ได้รับขนานนามว่า "วอลล์ สตรีท" ของจีน


ถนนกลางในเมืองฮาร์บิน

3. ถนนกลางในเมืองฮาร์บินเป็นถนนคนเดินที่ยาวที่สุดของเอเชียในปัจจุบัน เป็นถนนเก่าแก่ที่มีประวัตินับร้อยปี เริ่มสร้างขึ้นเมื่อปี 1898 เดิมมีชื่อว่า "จงกว๋อต้าเจีย" เมื่อปี 1925 ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น "จงยางต้าเจีย"

ถนนจงยางเป็นถนนที่ปูด้วยหินสีเขียวอ่อนทั้งสาย เป็นถนนการค้าที่ขึ้นชื่อของเมืองฮาร์บิน ตามสองข้างทางของถนนสายนี้มีสิ่งก่อสร้างสไตล์ต่างประเทศปรากฏอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงสถาปัตยกรรมแบบยุโรป ทั้งลวดลายการตกแต่งอาคารแบบบาโร้คและไบแซนไทน์ อาคารสถาปัตยกรรมแบบยิว ร้านค้าเล็กๆ แบบรัสเซีย บ้านเรือนแบบฝรั่งเศส ศูนย์อาหารแบบอเมริกัน และภัตตาคารสไตล์ญี่ปุ่น

รวมแล้วมีอาคารบ้านเรือนสไตล์ยุโรปมากถึง 71 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่สร้างขึ้นระหว่างปี 1903 -1927 ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

ถนนผิงเจียงเมืองซูโจว

4. ถนนผิงเจียงเมืองซูโจว เป็นถนนเก่าแก่ริมลำน้ำผิงเจียง เป็นถนนที่อนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุดและมีเอกลักษณ์ที่สุดของเมืองซูโจว บริเวณใกล้ถนนสายนี้ยังคงรักษาสภาพถนนที่คู่ขนานไปกับสายน้ำ แสดงให้เห็นทิวทัศน์ที่มีเอกลักษณ์ของเมืองริมน้ำของตอนใต้แม่น้ำแยงซีหรือ เจียงหนาน ที่ประกอบด้วยสะพานเล็กๆ น้ำไหลริน บ้านพักเก่าแก่ และตรอกเล็กซอยน้อยดั้งเดิม อันเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของความงามแบบหญิงงามซูโจว

ถนนเก่าถุนซีในหวงซาน

5. ถนนเก่าถุนซีในหวงซาน เป็นถนนโบราณสายแคบๆ ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่ง (ค.ศ. 980-1276) มีความกว้างราว 2 เมตร ยาว 1,273 เมตร ต่อมาในสมัยต้นราชวงศ์หมิง มีพ่อค้าชื่อเฉิงสงจง ได้เริ่มสร้างร้านค้าขึ้นบนถนนสายนี้จำนวน 47 หลัง เป็นที่พักแบบโรงเตี้ยม ร้านจำหน่ายสินค้าธัญพืช ใบชา สมุนไพร ฯลฯ ตราบจนปัจจุบัน

อาคารบ้านเรือนและร้านค้าบนสองฟากถนนยังคงถูกอนุรักษ์ไว้ตามแบบแผนสถาปัตยกรรมในสมัยราชวงศ์หมิง-ชิงได้เป็นอย่างดี ยามเดินซอกแซกเข้าไปในร้านค้าเก่าแก่ ราวกับอดีตได้ฟื้นคืนชีวิตมาให้สัมผัสอีกครั้ง และสามารถเลือกซื้อหาสินค้าพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อ เช่น แท่งหมึก "ฮุยโม่" ที่ลือเลื่องมาแต่โบราณว่าเป็นแท่งหมึกที่ดีที่สุดของจีน เพราะในอดีตใช้เถ้าดำจากการเผาเปลือกต้นสนบนขุนเขาหวงซานมาบดกับดินที่ผสม ด้วยผงไข่มุก กลิ่นชะมด ฯลฯ แล้วนำมาขึ้นรูปเป็นแท่งหมึก

นอกจากนี้ถุนซียังมีสินค้าท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อคือ จานฝนหมึก อันสวยงามหลากรูปทรง ชาเขียวหวงซาน เห็ด และหน่อไม้แห้ง ฯลฯ รวมทั้งภาพวาดพู่กันจีน ที่จิตรกรจีนได้ใช้ทิวทัศน์ของหวงซานเป็นต้นแบบในการวาดมานานนับพันปีแล้ว

ถนน 3 ตรอก 7 ซอย เมืองฝูโจว

6. ถนน 3 ตรอก 7 ซอยประกอบด้วยถนน 3 สายและซอย 7 แห่งดังเช่นชื่อเรียก ตั้งอยู่ใจกลางเมืองฝูโจว กินเนื้อที่ 40 เฮกตาร์โดยมีบ้านพักเก่าแก่ 268 หลัง สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง ฝั่งใต้ของลำน้ำอานไท่  เป็นศูนย์กลางทางการเมืองและแหล่งที่อยู่อาศัยของตระกูลชนชั้นผู้ดี

ส่วนย่านการค้าและชุมชนชาวบ้านร้านตลาดอยู่ฝั่งใต้ ภายในบริเวณนี้มีถนนและตรอกเล็กซอยน้อยต่างๆ ตัดสลับกันไปมา โดยพื้นถนนปูด้วยแผ่นหินสีเขียว บ้านพักทากำแพงสีขาว และหลังคามุงกระเบื้อง มีซุ้มประตู ศาลา ดอกไม้ และภูเขาเทียมตั้งกระจัดกระจายอยู่ในบริเวณนี้

ตัวอาคารต่างๆมีไม้แกะสลักและหินแกะสลักประดับประดา สะท้อนให้เห็นฝีมืออันละเอียดประณีตและเอกลักษณ์ของบ้านพักเก่าแก่ในเมืองฝูโจว จนได้รับขนานนามว่า "พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมราชวงศ์หมิงและชิง"

ถนนปาต้ากวนในชิงเต่า

7. ถนนปาต้ากวนในชิงเต่า เป็นเขตทัศนียภาพที่สะท้อนให้เห็นเอกลักษณ์ของเมืองที่ได้รับการขนานนามว่า "หลังคาสีแดง ต้นไม้สีเขียว ท้องทะเลสีเขียว ท้องฟ้าสีคราม" สาเหตุที่มีชื่อเรียกว่า ปาต้ากวนก็เพราะว่า เดิมทีที่นี่มีถนน 8 สาย แม้ปัจจุบันมีเพิ่มขึ้นเป็น 10 สาย แต่ก็ก็ยังใช้ชื่อเดิออยู่

ถนน 10 สายที่ตัดสลับกันไปมานี้ ประกอบเป็นทัศนียภาพที่สวยงาม โดยสองข้างทางของถนน 10 สายนี้ เต็มไปด้วยพฤกษานานาพันธุ์ ทำให้ช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิถึงปลายฤดูใบไม้ร่วง จะมีดอกไม้บานสะพรั่งตลอดเวลา จนได้รับขนานนามว่า "ถนนดอกไม้"

ภายในบริเวณถนนปาต้ากวน มีสถาปัตยกรรมแบบรัสเซีย อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี สหรัฐฯ ญี่ปุ่นและเดนมาร์ก กว่า 20 ประเทศ เปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมนานาชาติ มีภาพยนตร์กว่า 40 เรื่องและละครโทรทัศน์กว่า 20 เรื่องเคยมาถ่ายทำที่นี่

ถนนโบราณเจ้าเต๋อในเมืองชิงโจว

8. ถนนโบราณเจ้าเต๋อในเมืองชิงโจว มณฑลซานตงที่มีประวัติมายาวนานกว่า 2,200 ปี เป็นชุมชนของชนชาติหุย เต็มไปด้วยกลิ่นอายของชาวอิสลาม ถนนโบราณตัดสลับกันไปมา ซึ่งมีความยาวรวมกันประมาณ 5 กิโลเมตร ร้านค้าเก่าแก่ ถนนที่ปูพื้นด้วยแผ่นหินสีเขียว หลังคากระเบื้องสีเทาเข้ม กำแพงสีขาว มัสยิดเก่าแก่ ยังเหลือร่องรอยที่แสดงให้เห็นความเจริญรุ่งเรืองในสมัยโบราณ


ถนนเก่าฉีโหลวในไหโข่ว มณฑลไหหลำ

9. ถนนเก่าฉีโหลวในไหโข่ว มณฑลไหหลำ บนสองข้างทางของถนนสายนี้มีกลุ่มอาคารพาณิชย์ที่ทำเป็นถนนคนเดินเชื่อมต่อ อยู่ใต้ชายคาเดียวกัน นับเป็นถนนที่รักษาอาคารพาณิชย์แบบนี้ไว้อย่างดีที่สุด และเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ของจีนและต่างประเทศ แสดงให้เห็นวิวัฒนาการของเมืองไหโข่ว

ถนนปาคั่วในเมืองลาซาของทิเบต

10. ถนนปาคั่วในเมืองลาซาของทิเบตมีอีกชื่อหนึ่งว่า ถนนปาเจี่ย ตั้งอยู่เขตเมืองเก่าของเมืองลาซา ประกอบด้วยตรอกเล็กซอยน้อย 35 แห่ง เป็นย่านการค้าที่คึกคักที่สุดในเมืองนี้ เนื่องจากเป็นถนนวงแหวนที่ล้อมรอบวัดต้าเจา ซึ่งเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ที่ขึ้นชื่อที่สุดของทิเบต ดังนั้นตามถนนจะสามารถเห็นชาวทิเบตเดินถือวงล้อขนาดเล็กหมุนตามเข็มนาฬิกา เพื่อทำสมาธิอยู่ตลอดเวลา

บนถนนที่ปูด้วยก้อนหินสายนี้ แต่ละวันจะต้อนรับผู้คนจากทั่วสารทิศ เพื่อมา   นมัสการพระพุทธรูปที่วัดต้าเจา สองข้างถนนสายนี้จึงเต็มไปด้วยร้านรวงต่างๆที่เข้มข้นไปด้วยวิถีชีวิตแบบทิเบต


แหล่งที่มา  :  รายการพาเที่ยวจีน (ถนนสายวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของจีน 10 แห่งแรก)   http://thai.cri.cn

Comments