สุสาน 13 กษัตริย์ 十三陵

หินแกะสลักรูปช้าง สิงห์ ม้า อูฐ และอื่นๆรวม 6 ชนิด ชนิดละ 2 คู่ (ลักษณะหมอบ 1 คู่ และยืน 1 คู่) โดยตั้งเรียงรายประดับ 2 ข้างทางตลอดเส้นทางเดินแห่งเทพที่มุ่งสู่ตัวสุสาน

ทำเลที่ตั้งของสุสานบรรพบุรุษ... สามารถกุมชะตาชีวิตของลูกหลานได้ฉันใด

สุสานของกษัตริย์ผู้ครองประเทศ...ย่อมส่งผลต่อความเป็นอยู่ของพสกนิกรในชาติได้ฉันนั้น
       
จากคำกล่าวข้างต้นสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญและพิถีพิถันในการ เฟ้นหาชัยภูมิทอง เพื่อการสร้างสุสาน ที่พำนักแห่งสุดท้ายหลังการเสด็จสวรรคตของกษัตริย์ ตามประเพณีความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยที่ยึดถือสืบต่อกันมาของชาวจีน
       
โดยเฉพาะในยุคสมัยแห่งราชวงศ์หมิงและชิง(ค.ศ.1368-1911) ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องฮวงจุ้ยมากเป็นพิเศษ จนกล่าวได้ว่าเป็นยุคทองแห่งศิลปะการก่อสร้างสุสาน โดยมีปฐมกษัตริย์ราชวงศ์หมิง-ฮ่องเต้จูหยวนจาง เป็นผู้ปฏิรูปข้อบังคับกฎระเบียบในการสร้างสุสานขึ้นใหม่ อาทิ การเปลี่ยนรูปแบบกองดินคลุมหลุมสุสานจากสี่เหลี่ยมเป็นวงกลมหรือวงรี ยกเลิกการสร้างห้องสุสานภายในหลุมสุสานใหญ่ เปลี่ยนมาให้ความสำคัญในการก่อสร้างตำหนักประกอบพิธีเซ่นไหว้ขึ้นแทน
       
ต่อมาในสมัยราชวงศ์ชิง ก็ยึดหลักเกณฑ์ตามแบบฉบับของหมิง โดยเพิ่มเติมในเรื่องของการสร้างสวนภายในให้สอดคล้องกับธรรมชาติโดยรอบ รวมถึงให้ความสำคัญในเรื่องการจัดลำดับตามศักดิ์อาวุโส อีกทั้งเกิดรูปแบบการฝังพระศพฮ่องเต้ ฮองเฮา นางสนมรวมไว้ในสุสานเดียวกัน และสร้างตำหนักประกอบพิธีเซ่นไหว้ให้มีความสอดคล้องสมบูรณ์มากขึ้นด้วย

โดยปกติแล้ว สถานที่ตั้งของสุสานกษัตริย์จีนนี้จะยึดหลักใกล้เมืองหลวงเป็นสำคัญ นับแต่ราชวงศ์โจวตะวันตก ฉิน ฮั่น เรื่อยมาถึงราชวงศ์สุย และถัง ส่วนใหญ่ล้วนสร้างสุสานอยู่ใกล้เมืองฉางอัน  (เมืองซีอันในปัจจุบัน)  เมืองหลวงในยุคนั้นทั้งสิ้น และต่อมาในสมัยราชวงศ์หยวน หมิง และชิง ก็ได้สร้างสุสานใกล้กรุงปักกิ่งเมืองหลวงเช่นเดียวกัน
       
การสร้างสุสานกษัตริย์ของชาวจีน นับเป็นผลงานทางสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า สะท้อนศิลปวัฒนธรรมเก่าแก่ของชาติ โดยนิยมแบ่งเป็น 2 ส่วนสำคัญ คือ ส่วนบนดิน และใต้ดิน ซึ่งจะยึดหลักฮวงจุ้ยที่ว่า ต้องมีพลังหยินหยางเกื้อกูลค้ำจุนกัน คือหลังอิงขุนเขา หันหน้าสู่น้ำ
       
ภายหลังการเสด็จขึ้นครองราชย์ของฮ่องเต้เฉิงจู่(จูตี้)กษัตริย์องค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์หมิงในปีค.ศ. 1403(รัชสมัยหย่งเล่อที่1) ทรงมีพระราชดำริในการย้ายเมืองหลวงจากหนันจิงไปยังปักกิ่ง ซึ่งต่อมาในรัชสมัยหย่งเล่อปีที่ 5 (ค.ศ.1407) เมื่อฮองเฮาเสด็จสวรรคตพระองค์ก็ไม่โปรดจะสร้างสุสานที่เมืองหนันจิง
       
โดยมีรับสั่งให้ราชเลขาธิการฝ่ายพิธีการ และผู้ชำนาญศาสตร์ฮวงจุ้ย พร้อมผู้ติดตามเดินทางมุ่งสู่นครปักกิ่ง เพื่อเสาะแสวงหาทำเลทองในการก่อสร้างสุสานแทน ซึ่งก่อนหน้าจะพบสถานที่ที่มีความถูกต้องสมบูรณ์ตามหลักวิชาฮวงจุ้ยดังต้อง การ ก็ได้พบเจอสถานที่เข้าตาอยู่หลายแห่ง แต่ต้องล้มเลิกความคิดไป
       
นอกจากที่ตั้งแล้ว เจ้าหน้าที่เฟ้นหาทำเลจำต้องพิจารณาคุณสมบัติต่างๆของสถานที่ที่จะสร้างสุสาน อาทิ นามเมือง ซึ่งข้อนี้มีข้อจำกัดอย่างมาก สถานที่บางแห่งไม่ได้รับเลือก เนื่องจากความไม่เหมาะสมของชื่อสถานที่ ทั้งเรื่องความหมายไม่ดี ชื่อเรียกไม่เป็นมงคล เช่น
       
มีหมู่บ้านหนึ่งประกอบอาชีพเป็นโรงฆ่าสัตว์ แม้นตัวสถานที่จะมีความเหมาะสมมากแค่ไหนก็ต้องเมินผ่านไป เพราะแซ่ของฮ่องเต้คือ จูซึ่งไปพ้องเสียงกับคำที่แปลว่าหมูในภาษาจีน เมื่อเข้ามาถึงโรงฆ่าสัตว์หมูทุกตัวต้องถูกเชือดให้ตาย จึงไม่เป็นมงคลอย่างยิ่ง

หรือแม้แต่ข้อจำกัดด้านภูมิประเทศ บางแห่งมีทิวทัศน์สวยงาม แต่ภูมิประเทศมีลักษณะแคบลึก เชื่อว่าไม่ดี ลูกหลานผู้สืบสกุลจะไม่มีความเจริญก้าวหน้า เป็นต้น
       
จวบย่างเข้ารัชสมัยหย่งเล่อที่ 7 หรือสองปีต่อมา ขุนนางเลี่ยวจวิน ก็บรรลุวัตถุประสงค์ ฟันธงให้อำเภอชางผิง ทางทิศตะวันตกของปักกิ่ง เป็นที่ก่อสร้างสุสาน ซึ่งก็คือ สุสาน 13 กษัตริย์แห่งราชวงศ์หมิง ที่ปรากฏให้เห็นความยิ่งใหญ่สวยงามอยู่ในปัจจุบันนั่นเอง

ศิลาจารึกสูง 8.78 เมตร ณ สุสานหมิงเสี้ยว ที่ฮ่องเต้หมิงเฉิงจู่ แห่งรัชสมัยหย่งเล่อ ทรงสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติฮ่องเต้หมิงไท่จู่ผู้พ่อ ด้วยการสลักคำสรรเสริญไว้ถึง 2,746 ตัวอักษร

สุสานกษัตริย์แห่งราชวงศ์หมิง (ค.ศ.1368-1644) มีด้วยกันทั้งสิ้น 18 หลุม ดังนั้นนอกจากสุสาน 13 กษัตริย์ข้างต้นยังมี สุสานหมิงเสี้ยว ที่ได้รับการรับรองเข้าเป็นมรดกโลกพร้อมกันในปีค.ศ.2003 ซึ่งมีตำนานเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับสุสานแห่งนี้
       
และที่เป็นปริศนาให้ต้องขบคิดแบบหาบทสรุปออกมาไม่ได้จวบจนปัจจุบันก็มีอยู่หลายเรื่องด้วยกัน ตัวอย่างเช่น ข้อสงสัยที่ว่า สุสานที่บรรจุพระศพองค์ฮ่องเต้หมิงไท่จู่(จูหยวนจาง) ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์หมิง(ครองราชย์ค.ศ.1368-1399)นั้น อยู่ที่ใดกันแน่ เนื่องจากมีเรื่องเล่าขานสืบต่อกันมาว่า


       
กษัตริย์ จูหยวนจาง ทรงเกรงว่าจะมีผู้ใดเข้าไปบุกรุกและทำลายสุสานของพระองค์ในภายหลัง จึงให้สร้างสุสานแห่งนี้ขึ้นเป็นกลลวง ส่วนพระศพจริงนั้นกลับให้ฝังไว้ ณ ที่อื่น แต่ทางนักโบราณคดีกลับออกมาชี้แจงและยืนยันว่า พระศพของพระองค์นั้นอยู่ที่สุสานหมิงเสี้ยวนี้แน่นอน แต่จะอยู่ส่วนใดในเขตสุสานนี้นั้น ยังไม่สามารถสรุปได้
       
สำหรับเส้นทางเดินทอดยาวสู่ตัวสุสานหมิงเสี้ยวนั้น มีข้อสันนิษฐานแตกแยกไปมากมายว่า เพราะเหตุใดต้องสร้างเป็นแบบคดเคี้ยววกไปวนมาต่างจากสุสานอื่นที่เป็นทางตรง บ้างว่าตั้งใจสร้างให้เหมือนกับรูปกลุ่มดาวไถที่เรียงกันเจ็ดดวง บ้างว่าเหตุเพราะแบ่งการก่อสร้างออกเป็นสองตอน

สุสานหมิงเสี่ยน ซึ่งฮ่องเต้หมิงซื่อจง(ครองราชย์ ค.ศ.1522-1567) สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ฝังรวมพระศพพระบิดาและพระมารดาของพระองค์ แม้นว่าท่านจะไม่ได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์เลยแม้แต่วันเดียว แต่พระองค์มีพระประสงค์ที่จะเทิดพระเกียรติ โดยสร้างสุสานให้ยิ่งใหญ่ ครบเครื่องเทียบเท่ากับกษัตริย์พระองค์หนึ่ง
       
สุสานหมิงเสี่ยน นอกจากจะมีการออกแบบที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ และสวยงามผสมผสานกันได้อย่างเหมาะเจาะลงตัวของสิ่งปลูกสร้างบนดินแล้วนั้น รายละเอียดในด้านความประณีตและวิจิตรของลวดลายตามแบบฉบับศิลปะการแกะสลักหิน สมัยราชวงศ์หมิงในรูปแบบต่างๆ ก็มีให้ได้ยลด้วยเช่นกัน

สุสานชิงตะวันออก
เมื่อการเสด็จขึ้นครองราชย์ ณ กรุงปักกิ่งของฮ่องเต้ชิงซื่อจู่ แห่งรัชสมัยซุ่นจื้อที่ 1 (ค.ศ. 1644) ผ่านพ้นแล้ว สมเด็จพระชนนีและพระปิตุลาของพระองค์ได้ส่งคนออกค้นหาสถานที่สร้างสุสานไปทั่วทุกสารทิศ เมื่อมีผู้กลับมารายงานการค้นพบแผ่นดินทองทางทิศตะวันออกของเมือง พระองค์จึงมีพระประสงค์ที่จะเสด็จไปทอดพระเนตรด้วยองค์เอง
       
ครั้นถึงสถานที่ดังกล่าวก็ทรงประจักษ์ว่า ผืนดินด้านใต้นั้นราบเรียบดั่งผืนพรม ด้านเหนือยังเป็นทิวเขาสูงเทียมเมฆ เขียวขจีสุดลูกหูลูกตา ทิวทัศน์โดยรอบงดงามราวกับแดนสวรรค์ ฮ่องเต้ซื่อจู่ทรงพอพระทัยเป็นอย่างยิ่ง ถึงกับตรัสกับเหล่าขุนนางผู้ติดตามครั้งนั้นว่า ผืนดินแห่งนี้ มีเพื่อเราโดยแท้และทรงถอดแหวนหยกขาวที่สวมติดอยู่ โยนออกไปพร้อมกับรับสั่งต่อว่า แหวนตก ณ ที่ใด จงสร้างสุสาน ณ ที่นั้น
       
คณะผู้ติดตามจึงออกค้นหาและตอกเสาเป็นสัญลักษณ์ไว้ ภายหลังจึงสร้างสุสานเสี้ยวหลิง สุสานแห่งแรกของชิงตะวันออกถวายตามพระประสงค์แห่งพระองค์

เหตุที่สุสานกษัตริย์ราชวงศ์ชิงต้องแบ่งเป็น 2 แห่ง ก็มีเรื่องเล่าว่า เนื่องจากฮ่องเต้ซื่อจงแห่งรัชสมัยยงเจิ้ง ทรงแปลงพระบรมราชโองการของฮ่องเต้เซิ่งจู่(คังซี) พระชนก เป็นแต่งตั้งตนขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ใหม่แทน ด้วยเหตุนี้จึงทรงเกรงกลัวว่าเมื่อสิ้นพระชนม์แล้วจะต้องสร้างสุสานตนเองไว้ เคียงข้างพระชนก ณ สุสานชิงตะวันออก จึงมีพระราชดำริให้สร้างสุสานขึ้นทางด้านตะวันตกขึ้นอีกแห่งเสีย
       
ต่อมาเมื่อเข้าสู่รัชสมัยเฉียนหลง - เกาจงฮ่องเต้ ทรงมีพระบรมราชโองการรับสั่งให้นับแต่นี้ไป จะไม่มีการฝังพระศพพ่อและลูกไว้ในที่เดียวกัน โดยให้แยกฝังไว้ในสุสานชิงตะวันออก และตะวันตก จึงทำให้สุสานราชวงศ์ชิงทั้ง 2 แห่งมีความยิ่งใหญ่สมพระเกียรติเทียมเสมอกัน

ข้อมูล

สุสานหมิงเสี่ยน สุสานชิงตะวันออก และสุสานชิงตะวันตก ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในปีค.ศ. 2000

สุสาน 13 กษัตริย์ราชวงศ์หมิง และสุสานหมิงเสี้ยว ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในปีค.ศ. 2003
       
สุสาน 13 กษัตริย์แห่งราชวงศ์หมิง สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1409-1644 ตั้งอยู่บริเวณเขาเทียนโซ่ว อำเภอชางผิง กรุงปักกิ่ง บนพื้นที่ราบแอ่งกระทะขนาด 40 ตร.กม. โดยสุสานฉางหลิงแห่งฮ่องเต้เฉิงจู่(หย่งเล่อ) มีความโดดเด่นด้านการก่อสร้างบนดินที่ยิ่งใหญ่ และสุสานติ้งหลิงแห่งฮ่องเต้เสินจง(ว่านลี่) โดดเด่นในเรื่องตำหนักชั้นใต้ดิน

สุสานหมิงเสี้ยว สร้างขึ้นในปีค.ศ.1381-1413 ตั้งอยู่บริเวณตีนเขาจื่อจินซัน เมืองหนันจิง มณฑลเจียงซู เพื่อฝังรวมพระศพปฐมกษัตริย์ราชวงศ์หมิง-จูหยวนจาง และพระชายา รวมถึงเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์อื่นๆ
       
สุสานหมิงเสี่ยน สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1519-1566 ตั้งอยู่บริเวณเขาฉุนเต๋อ ทางทิศตะวันออกของอำเภอจงเสียง มณฑลหูเป่ย มีพื้นที่ 1.83 ตร.กม. โดยสุสานแห่งนี้ได้มีการออกแบบวางท่อส่งน้ำ โดยมีก๊อกน้ำขนาดใหญ่อยู่ทั้งสิ้นถึง 99 จุดด้วยกัน
       
สุสานราชวงศ์ชิงด้านตะวันออก สร้างขึ้นในปีค.ศ.1661 ตั้งอยู่บริเวณตีนเขาชางรุ่ย เมืองจุนฮว่า มณฑลเหอเป่ย ห่างจากปักกิ่งราว 125 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งสิ้นกว่า 2,500 ตร.กม. เป็นสุสานกษัตริย์ราชวงศ์ชิงที่มีความยิ่งใหญ่และสมบูรณ์ ซึ่งประกอบด้วยหลุมสุสานกษัตริย์ 5 พระองค์เป็นสำคัญ ได้แก่ สุสานเสี้ยวหลิงรัชสมัยซุ่นจื้อ(ครองราชย์ค.ศ.1644-1662),สุสานจิ่งหลิงรัชสมัยคังซี(ค.ศ.1662-1723), สุสานอี้ว์หลิงรัชสมัยเฉียนหลง(ค.ศ.1736-1796), สุสานติ้งหลิงรัชสมัยเสียนเฟิง(ค.ศ.1851-
1862) และสุสานฮุ่ยหลิงรัชสมัยถงจื้อ(ค.ศ.1862-1875) โดยมีสุสานของฮ่องเต้ซุ่นจื้อเป็นศูนย์กลาง สุสานอื่นๆกระจายไปด้านซ้ายและขวาตามการทอดตัวแนวออก-ตกของภูเขาชางรุ่ย
       
สุสานราชวงศ์ชิงด้านตะวันตก สร้างขึ้นในปีค.ศ.1730 รัชกาลยงเจิ้งปีที่ 8 (雍正八年) ตั้งอยู่บริเวณตีนเขาหย่งหนิง ทางทิศตะวันตกของตัวอำเภออี้ มณฑลเหอเป่ย ห่างจากปักกิ่งกว่า 120 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งสิ้นกว่า 800 ตร.กม. ประกอบด้วยหลุมสุสานของกษัตริย์ 4 พระองค์เป็นสำคัญ ได้แก่ สุสานไท่หลิงรัชสมัยยงเจิ้ง(ครองราชย์ค.ศ.1723-1736), สุสานชางหลิงรัชสมัยเจียชิ่ง(ค.ศ.1796-1821), สุสานมู่หลิงรัชสมัยเต้ากวง(ค.ศ.1821-1851) และสุสานชงหลิงรัชสมัยกวงซี่ว์(ค.ศ.1875-1909) โดยมีสุสานไท่หลิงรัชสมัยยงเจิ้งเป็นศูนย์กลาง.


ชั้นใต้ดินของสุสาน ผู่ถัวอวี้ว์ ณ สุสานชิงตะวันออก(ด้านตะวันออกของสุสานติ้งหลิงแห่งรัชสมัยเสียนเฟิง)สถาน ที่ฝังพระศพพระนางซูสีไทเฮา แห่งรัชสมัยกวงซี่ว์(ค.ศ.1875-1908)พร้อมสมบัติล้ำค่ามากมาย


ข้อมูลท่องเที่ยว
สุสาน 13 กษัตริย์ ราชวงศ์หมิง ปักกิ่ง
เดินทาง - ขึ้นรถโดยสารมุ่งหน้าสู่สุสานหมิง ที่หน้าสถานีรถไฟปักกิ่ง(
北京站) สถานีรถไฟใต้ดินเฉียนเหมิน (前门站) หรือที่สวนสัตว์มีรถเมล์สายพิเศษ หรือขึ้นที่ตี้อันเหมิน(地安门หรือขึ้นรถเมล์สาย 345 ที่เต๋อเซิ่งเหมิน(德胜门) ถึงชังผิง (昌平) เปลี่ยนรถสาย 314

เวลาทำการ - 8 : 30 - 17 : 00 น. (ฤดูหนาวเปิดเวลา 8 : 30 น.) โดยทั่วไปนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์และโบราณสถานบนดินที่สุสานฉาง หลิง(长陵) และสุสานใต้ดินที่สุสานติ้งหลิง (定陵

ราคาบัตร       

สุสานติ้งหลิง 50 หยวน ฤดูท่องเที่ยว 70 หยวน
สุสานฉางหลิง 30 หยวน  ฤดูท่องเที่ยว 50 หยวน
ทางเดินแห่งเทพ (
神路) 15 หยวน ฤดูท่องเที่ยว 20 หยวน
สุสานเจาหลิง (
昭陵) 20 หยวน

สุสานหมิงเสี้ยว
ตั้งอยู่ในเขตเมืองหนันจิง(นานกิง) สามารถเดินทางโดยรถประจำทางสาย Y2 และ 20 ลงป้ายสุสานหมิงเสี้ยว ใช้เวลาเดินทางราว 1 ชม.

สุสานหมิงเสี่ยน (明显陵)
ตั้งอยู่ชานเมืองทิศตะวันออกของเมืองจงเสียง (
钟祥市) ในหูเป่ย ราคาบัตร 50 หยวน
       
สุสานราชวงศ์ชิงตะวันออกและตะวันตก เหอเป่ย
เดินทาง - สุสานราชวงศ์หมิงตะวันออกตั้งอยู่ในเมืองจวินฮว่า (
遵化市) สุสานราชวงศ์หมิงตะวันตกอยู่ในอำเภออี้เสี้ยน (易县) มีรถโดยสารทางไกลสายพิเศษ จากปักกิ่ง เทียนจิน เป่าติ้ง ต้าถง และสือเจียจวง ถึงสุสานทั้ง 2 แห่ง
ราคาบัตร - สุสานราชวงศ์ชิงตะวันออก 80 หยวน สุสานชิงตะวันตก 80 หยวน (ตั๋วชุด)

แหล่งที่มา  :  โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  13 พฤศจิกายน 2546


Comments