1. ภาษาจีน ส่วนใหญ่ประกอบด้วย พยัญชนะที่อยู่ด้านหน้าสุดเรียกว่า พยัญชนะต้น ส่วนที่เหลือตามหลังคือสระ 2. ตำแหน่งในการใส่เสียงวรรณยุกต์ กรณีพยางค์มีสระเพียงตัวเดียว ให้ใส่ไว้บนสระนั้นได้เลย ในกรณีที่พยางค์มีสระสองตัวขึ้นไป หรือสระผสม ให้ใส่วรรณยุกต์กำกับไว้บนสระที่เน้นการออกเสียงมากกว่า ยกเว้นพยางค์ที่มีทั้งสระ i และ u ให้ใส่เสียงวรรณยุกต์บนสระตัวหลัง เช่น diu ให้ใส่เสียงวรรณยุกต์บน u , hui ให้ใส่เสียงวรรณยุกต์บน i และการใส่วรรณยุกต์บนสระ i จะต้องนำจุดเล็กๆบน i ออกด้วย 3. ในกรณีที่พยางค์มีเสียงวรรณยุกต์เสียงที่ 3 วางติดกันสองพยางค์ พยางค์แรกจะเปลี่ยนเป็นเสียงที่ 2 เช่น 你好(nǐhǎo) เวลาออกเสียงจะต้องเป็น níhǎo 4. การผันเสียงของ 不(bù) ปกติถ้าวางหน้าพยางค์ที่มีเสียงวรรณยุกต์ 1,2 หรือ 3 จะออกเป็นเสียงวรรณยุกต์ที่ 4 แต่ถ้าวางอยู่หน้าพยางค์ที่มีเสียงวรรณยุกต์ที่ 4 จะต้องเปลี่ยน 不 ให้เป็นเสียงวรรณยุกต์ที่ 2 5. พยางค์เสียงเบา ใน ภาษาจีน จะไม่ใส่เสียงวรรณยุกต์ |






