เคล็ดไม่ลับ กับความพ่ายแพ้ในการเรียน ภาษาจีน


ประสบการณ์ตรงจากตัวเอง

ฉันเป็นคนหนึ่งที่เรียน ภาษาจีน  มานานแต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่ดีพอที่จะแข่งขันกับใครได้  ทั้งหมดนี้ก็เกิดจากตัวเองทั้งสิ้น  ที่ดูเหมือนจะขยัน  แต่จริงๆ ก็ไม่เป็นเช่นนั้น  คิดแต่ว่าทำไมคนอื่นถึงเก่งกว่า  รู้มากกว่าจึงสำรวจตัวเองว่าเพราะเหตุใด  และสรุปเป็นข้อๆ ดังนี้

1.       ขาดความสม่ำเสมอในการทบทวนสิ่งที่เรียนมา  บางครั้งก็หยุดไปเป็นเดือนๆ  หรือเป็นปีๆ  เลยก็มี  ภาษาจีน  จึงไม่พัฒนา

2.       ท้อแท้  หมดหวัง  หมดกำลังใจ  กับคำว่า “ยาก “  เพียงคำเดียว  แทนที่จะฝ่าฝันไปให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้

3.       ผัดวันประกันพรุ่ง  คิดว่าเดี๋ยวค่อยทบทวน  ค่อยอ่านเวลาใกล้สอบ  หรือเวลาที่ต้องการจะใช้ประโยชน์ก็ได้

4.       ไม่ทำการบ้านส่งอาจารย์  พอเห็นว่ายากนิดยากหน่อย  ก็ไม่ลองที่จะทำ  สุดท้ายก็ไม่ยอมทำส่ง

5.       กลัวที่จะถาม  กลัวที่จะพูด  เพียงเพราะว่ากลัวพูดผิด  กลัวเสียหน้า

6.       ไม่ยอมฝึกฝนที่จะแปล  ภาษาจีน  แม้บางครั้งจะฟัง  หรืออ่านรู้เรื่อง  แต่เมื่อจะแปลให้ผู้อื่นเข้าใจ  กลับแปลไม่ได้  เพราะการจะแปล  ภาษาจีน  ได้นั้นต้องอาศัยทักษะ  และความชำนาญ  ถ้าไม่ฝึกแล้วก็ไม่สามารถที่จะทำได้

7.       ขาดการจดบันทึก  เพราะคิดว่าจำได้แล้ว  แต่เมื่อมีเรื่องที่ต้องให้จำมากขึ้น  และเวลาผ่านไปเนิ่นนาน  ก็จำไม่ได้

8.       เวลาเรียน ภาษาจีน  ในห้องเรียนชอบคิดว่าตัวเองเข้าใจแล้ว  เลยไม่ถาม  แต่จริงๆ  แล้วควรถามเพื่อเป็นการเน้นย้ำในสิ่งที่เราเข้าใจ  ว่าถูกต้องหรือไม่  เพราะบางครั้งเราอาจจะเข้าใจผิดก็ได้  ยิ่งไปกว่านั้นบางครั้งไม่เข้าใจก็ไม่ยอมถาม  เพราะกลัวว่าสิ่งที่ถามไป  ผู้อื่นอาจรู้กันหมดแล้วยกเว้นตัวเรา  ดังนั้นความไม่เข้าใจจึงติดตัวเราไปตลอด

9.      ไม่กล้าที่จะตอบคำถาม  เพราะกลัวตอบผิด  ทั้งที่จริงๆ แล้วการเรียน ภาษาจีน  เราควรถือคติ  “ผิดเป็นครู”  เพราะการที่เราตอบคำถามนั้น  แม้จะผิดก็ตาม  ก็จะทำให้เราจำได้แม่นยำขึ้น

10.   ใช้แต่คำศัพท์เดิมๆ  ทั้งๆ ที่ควรใช้คำศัพท์ใหม่ในบทเรียนที่เพิ่งเรียนมา  จึงทำให้จำคำศัพท์ใหม่ๆ ไม่ค่อยได้

หากอยากประสบความสำเร็จในการเรียน ภาษาจีน  เราก็ต้องมุ่งมั่น  ตั้งใจ  และทุ่มเทให้กับ ภาษาจีน  ดังนั้นฉันจึงเปลี่ยนแปลงความคิดตัวเอง  และจัดทำเว็บไซต์นี้ขึ้น  แม้จะทำได้ไม่ดีพอ  แต่ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด


Comments