หางโจว 杭州

จีนมีสุภาษิตประโยคหนึ่งเขียนไว้ว่า 上有天堂,下有苏杭 "บนฟ้ามีสวรรค์ บนดินมีซูหาง" "ซูหาง" ในที่นี้เป็นชื่อเรียกย่อของ เมืองหางโจวกับซูโจว หางโจวเคยเป็นราชธานีสมัยโบราณหนึ่ง ในเจ็ดของจีน มีประวัติศาสตร์นานกว่า2200 ปีและเป็นบ่อเกิดแห่ง อารยธรรมประชาชาติจีนแห่งหนึ่ง ปัจจุบันเป็นเมืองเอกของมณฑลเจ้อเจียง 浙江

คนทั่วไปกล่าวว่า หางโจวงามก็เพราะทะเลสาบซีหูสวย西湖 ทะเลสาบซีหูตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมืองหางโจวและอยู่ในอ้อมกอด ของขุนเขาถึงสามด้าน ส่วนด้านตะวันออกซีหูหันหน้ายิ้มรับกับตัวเมือง ซีหูมีความยาวจากทิศใต้ถึงทิศเหนือประมาณ 3.3 กิโลเมตรและมีความกว้างจากทิศตะวันตกถึงตะวันออกประมาณ 2.8กิโลเมตร มีเนื้อที่ผิวน้ำ 5.66 ตารางกิโลเมตร ถ้ารวมเนื้อที่ของภูเขาที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบซีหูแล้ว มีเนื้อที่ทั้งหมด 6.3ตารางกิโลเมตร และมีชายฝั่งโดยรอบ15กิโลเมตร

ทำนบ "ซูตี" 苏堤 และทำนบ "ไป๋ตี" 白堤แบ่งซีหูเป็นทะเลสาบขนาดเล็ก 5 แห่ง ภายในเขตทัศนียภาพ 60 ตารางกิโลเมตรที่ถือทะเลสาบเป็นใจกลางแห่งนี้ มีสถานที่น่าเที่ยวกว่า 40 แห่ง และมีโบราณวัตถุกว่า 30 แห่ง สรุปแล้วคือ สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของซีหูประกอบด้วย หนึ่งทะเลสาบ สองยอดเขา สามน้ำพุ สี่วัด ห้าภูเขา หกสวน เจ็ดถ้ำ แปดสุสาน เก้าธารน้ำ สิบทิวทัศน์ ซีหูได้รับการคัดเลือกเป็นเขตทัศนียภาพระดับชาติเมื่อปี 1982 และได้ รับการคัดเลือกเป็นเขตทัศนียภาพ 10 อันดับแรกของจีน  เมื่อปี1985

ภูเขาหนึ่งในห้าชื่อภูเขากูซานหรือภูเขาเดี่ยว ตั้งอยู่กลางทะเลสาบ ซีหู และถูกเชื่อมไว้ด้วยไป๋ตี บนเส้นทางไป๋ตี ประกอบไปด้วยสะพาน 3 แห่งคือ โดยหนึ่งในสามและนับว่า เป็นสะพานที่มีชื่อเสียงที่สุดของซีหู ก็คือ สะพานขาด หรือ ต้วนเฉียว 断桥

ต้วนเฉียว มีชื่อเรียกนี้ตั้งแต่สมัยราชวงค์ถัง ถูกจัดว่าเป็น หนึ่งในสิบทิวทัศน์ที่สวยที่สุดของซีหู โดยถูกขนานนามว่า หิมะอ้อยอิ่งบนสะพานขาด ชื่ออันไม่เป็นมงคลนักของสะพานแห่งนี้มี หลายตำนานที่ยังเล่าสู่กันฟังจนทุกวันนี้ แต่ที่คนส่วนใหญ่เล่ากันคือ ที่ หางโจวมีหิมะตกลงมาติดต่อกันหลายวัน สะพานแห่งนี้ก็จะถูกปกคลุม ไปด้วยหิมะและน้ำแข็ง เมื่อหิมะหยุดตกและแสงอาทิตย์สาดส่องมา ยังสะพานด้านใดด้านหนึ่ง หิมะที่ได้รับแสงอาทิตย์ก็จะละลายตัวเผย ให้เห็นสะพาน ส่วนด้านที่แสงอาทิตย์ยังสาดส่องไปไม่ถึงก็ยังคงมี หิมะปกคลุมอยู่ ในเวลาดังกล่าวหากยืนอยู่ไกลๆและมองมายังสะพาน แห่งนี้ ก็จะเห็นภาพที่เหมือนกับว่าสะพานได้พังทลายลงไปส่วนหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม บางคนบอกว่า ต้วนเฉียวน่าจะได้อีกชื่อหนึ่ง ว่าเป็น สะพานอกหักด้วย ผู้สนับสนุนความคิดนี้ ได้ยกเอาวรรณกรรม นางพญางูขาว ในตอนที่ไป๋สู้เจินพ่ายแพ้ให้กับพระฝาไห่ หลบหนีมาจนถึงสะพานแห่งนี้ ที่นี่เองที่ไป๋สู้เจินต้องพลัดพรากจาก สีว์เซียน ชายคนรักของนาง

ส่วนทำนบซูตี คนทั่วไปนิยมเรียกกันว่า ซูกงตี ตั้งอยู่ด้านตะวันตกเฉียงใต้ของทะเลสาบซีหู ทำนบนี้มีความสัมพันธ์ อย่างใกล้ชิดกับซู ตงโพ

ซู ตงโพหรือซูซื่อ เป็นกวีเรืองนามในสมัยราชวงค์ซ่ง ขณะที่เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในเมืองหางโจว เขาสั่งการให้ลอก ทะเลสาบซีหูระบายน้ำ แล้วขุดเอาน้ำจากก้นทะเลสาบถมเป็นทำนบ จากด้านใต้ถึงเหนือโดยมีระยะ2.8กิโลเมตร ทำนบนี้มีสะพานหก แห่งเชื่อมระโยงกัน ดูสวยงามและเรียบง่าย คนทั่วไปจึงเรียกว่า ซูกงตี ซูกงเป็นชื่อเรียกยกย่องของซูซื่อ

ทำนบซูตีได้ทอดตัวยาวเหยียดท่ามกลางทะเลสาบซีหู และมี ต้นไม้นานาพันธุ์ปลูกไว้บนทำนบ ทำให้เขียวชะอุ่ม ทั้งสี่ฤดูกาล โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ผลิ เมื่อดอกท้อบานสะพรั่งและ ต้นหลิวงอกใบอ่อน ถ้าเดินตามทำนบท่ามกลางสายลมที่พัดโชย กลิ่นหอมเบาๆทำให้นักท่องเที่ยวต่างรู้สึกสบายอกสบายใจจนลืมตัว คิดว่า ตนเองอยู่บนสวรรค์หรืออยู่โลกมนุษย์กันแน่

แหล่งที่มา  :  รายการพาเที่ยวจีน (ซีหู---ทะเลสาบที่มีทัศนียภาพสวยแบบสาวงาม)   http://thai.cri.cn

Comments