กำลังใจสำหรับผู้เรียน ภาษาจีน


หลายคนที่เรียน ภาษาจีน  อาจเคยเป็นเหมือนฉันในอดีต  เรียนๆ หยุดๆ ขาดๆ หายๆ  รู้สึกว่า ภาษาจีน  ไม่พัฒนา  ไม่ก้าวหน้า  นับจากวันที่ฉันเริ่มเรียน  ภาษาจีน  มาถึงวันนี้ก็เป็นเวลา 6 ปีเศษ   แต่แล้ว ภาษาจีน  ที่ได้ก็ยังไม่คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป 

ฉันเลยเริ่มสำรวจตัวเองว่าสาเหตุเป็นเพราะอะไร  ก็ได้คำตอบอยู่หลายข้อ  คือ  ไม่ได้เรียนอย่างต่อเนื่อง  ปีแรกที่เรียนก็เรียนแค่สัปดาห์ละครั้ง  เรียนเสร็จก็ทบทวนบ้าง  ไม่ทบทวนบ้าง  ไม่มีความสม่ำเสมอในการเรียน

ต่อมาพ่อก็ส่งให้ไปเรียนที่กวางเจาหนึ่งเทอม  จริงๆ แล้วพ่ออยากให้เรียน  ภาษาจีน  ต่อไปเรื่อยๆ  จนสามารถพูดสื่อสารได้คล่อง  แต่แล้วฉันกลับทำให้ท่านผิดหวัง  เพราะโดยลักษณะนิสัยส่วนตัวเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบพูด  ชอบถามอะไรสักเท่าไหร่  นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้  ทักษะการพูด  ภาษาจีน  ของฉันเป็นไปได้อย่างช้า  แม้จะพอมีคำศัพท์อยู่ในหัวบ้างก็ตามที

ถึงตอนนี้ฉันเริ่มรู้สึกว่า  ภาษาจีน  ยากเกินไปสำหรับฉัน  ดังนั้นก็เลยหยุดเรียนไปประมาณ 3  ปีได้  ซึ่งเป็นที่น่าเสียดาย  หากฉัน  พยายามสักหน่อย  ฉันคงไม่ต้องเสียเวลาไปมากมายถึงเพียงนี้

เมื่อคิดอย่างนี้แล้วฉันจึงได้กลับมาเรียน  ภาษาจีน  อีกครั้งหนึ่ง  คราวนี้ฉันเลือกไปเรียนที่  หางโจว  ในมณฑลเจ้อเจียง  ลืมบอกไปว่าฉันเป็นคนที่ขาดความมั่นใจเอามากๆ  เลยอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง  ฉันหาข้อมูลและติดต่อกับทางมหาวิทยาลัยเอง  แม้จะมีความตื่นเต้นไปบ้าง  แต่ฉันก็ทำเป็น  “ใจดีสู้เสือ” 

ฉันเรียนที่  หางโจว  ได้สองเทอม  คราวนี้ดีหน่อยที่ฉันยังกล้าพอที่จะถามอะไรบ้าง  ไม่เหมือนกับครั้งที่อยู่ในกวางเจา  แต่ก็ยังไม่ดีพอ  เพราะบางครั้งฉันก็ยังรู้สึกว่า  ภาษาจีน  ของฉันช่างไม่เอาไหน  อยู่ในห้องเรียนก็ตอบคำถามไม่ค่อยได้  แต่งประโยคก็ไม่ค่อยออก  และฉันก็คิดว่าหนังสือ  ภาษาจีน  ที่เหล่าซือใช้บางเล่มก็ยากเกินไปสำหรับฉัน

มีอยู่หลายครั้งที่ฉันไม่เข้าห้องเรียน  เพราะรู้สึกว่าบทเรียน  ภาษาจีน  นั้นยากเกินไป  แทนที่จะรู้ว่ายาก  ก็ต้องให้ความเอาใจใส่  และทุ่มเทให้มากขึ้น  จริงๆ  แล้วความยาก  ก็เป็นเพียงบททดสอบหนึ่ง  ที่ฉันควรจะฝ่าฝันไป  เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการเรียน  ภาษาจีน  ก็เท่านั้น

มาถึงวันนี้  เมื่อฉันคิดได้มันก็สายแล้ว  มันก็อาจเป็นอย่างนั้นจริงๆ  ถ้าฉันเอาแต่คิด  แล้วไม่ลงมือทำ  มันคงสายไปจริงๆ  แต่ฉันไม่อยากให้เป็นเหมือนในอดีตที่ผ่านมา  จึงตัดสินใจที่จะทำเว็บไซต์เพื่อรวบรวมในสิ่งที่ได้เรียนมา  และแบ่งปันให้กับทุกคนที่มีความสนใจ  ภาษาจีน  เหมือนกัน

ฉันคิดว่าการแบ่งปันความรู้  และประสบการณ์นั้น  ก็เหมือนกับการต่อยอดความคิดให้กับตนเองเพื่อจะเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ  เพราะฉันเชื่อว่ายังมีคนอีกมากมาย  ที่มีความรู้ทางด้าน  ภาษาจีน  มากกว่าฉัน  ที่พร้อมจะสอน  ให้คำแนะนำ  และแบ่งปันความรู้ด้วยใจจริง

เวลาช่างผ่านไปเร็ว  และไม่เคยคอยใคร  และไม่มีใครสามารถที่จะหยุดเวลาไว้ได้  แต่มีสิ่งหนึ่งที่คนเรามักมองข้ามไป  รวมถึงตัวฉันเองด้วย  คือ  “เวลาเป็นสิ่งมีค่า”  ดังนั้นเราต้องรักษาทุกช่วงเวลาไว้ให้ดีที่สุด 

หลายคนคงอาจสงสัยว่า  ทำไมฉันถึงต้องยกเรื่องเวลาขึ้นมากล่าว  เพราะฉันไม่อยากให้ทุกคนที่เรียน  ภาษาจีน  เป็นเหมือนอย่างฉันในอดีต  ที่เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์  สิ่งที่ฉันอยากจะบอกกับทุกคนก็คือ  ฉันจะคอยเป็นกำลังใจให้  กับทุกคนที่ท้อแท้  และสิ้นหวังกับการเรียนภาษาจีน  ลองคิดทบทวนดูว่าเราพลาดตรงไหน  แล้วแก้ไข  และเริ่มเรียนดูใหม่อีกสักครั้ง

แม้หนทางจะไกลเพียงใด  อุปสรรคจะมากแค่ไหน  หรือแม้แต่เดินไปสู่ทางตัน  ถ้าเรายังไม่หมดกำลังใจ  หรือสิ้นหวังไปเสียก่อน  ฉันเชื่อว่าเราทุกคนจะสามารถมองเห็นทางออกได้เสมอ

สุดท้ายฉันขอฝากอะไรสักนิด  สำหรับทุกคนที่เคยเรียน  ภาษาจีน  มาอาจจะเคยได้ยินคำว่า  万事开头难(wànshìkāitóunán)  หรือแปลเป็นไทยว่า  ทุกเรื่องเริ่มต้นยากเสมอ  และฉันก็เชื่อว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ    แต่เมื่อเราผ่านจุดเริ่มต้นนั้นไปได้  แล้วมองย้อนกลับไป  เราจะเกิดความภูมิใจกับสิ่งดีๆ  ที่ได้ทำ  ถ้าคุณไม่เชื่อ  ก็ลองดู.....<ลองลงมือทำดูนะค่ะ>

จะเป็นกำลังใจให้กับทุกคน



Comments