เรื่องควรรู้ก่อนไปจีน


หากใครมีโอกาสได้ไปเรียนต่อที่ประเทศจีน  เราก็ควรรู้ถึงความเป็นอยู่ในจีนก่อนว่าเป็นเช่นไร  เพื่อเป็นการทำใจในบางเรื่องไว้แต่เนิ่นๆ  เพราะต่างคนต่างภาษา  ต่างวัฒนธรรมอาจมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต่างกัน  เช่น

เรื่องอาหารการกินซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะดูมันๆ  เลี่ยนๆ  อาจไม่ถูกปากคนไทยเท่าไหร่นัก  สำหรับใครที่กินยากก็ควรพกอาหารจากเมืองไทยติดไปด้วยก็ดี  สำหรับเราเป็นคนกินง่ายเล่นเอาน้ำหนักขึ้นไปหลายกิโลเลย

เวลาคนจีนกินอาหารจะดูเร่งรีบ  บางครั้งอาจดูมูมมาม  ไม่ได้ค่อยๆ กินอย่างคนไทย  อันนี้เราก็ต้องเรียนรู้และเข้าใจในสิ่งที่เค้าเป็น  ที่เอามาเล่าไม่ได้มีจุดประสงค์จะว่าใคร  แต่อยากให้เพื่อนคนไทยที่จะไปเรียนต่อได้รู้ไว้ล่วงหน้าจะได้ทำใจได้

การซื้ออาหารก็เช่นกัน  ถุงที่ใช้ใส่อาหารก็จะไม่ใช่อย่างบ้านเราหรอกนะค่ะ  เพราะเค้าจะใช้ถุงหูหิ้วใส่อาหารให้เราเลย  หรือที่บ้านเราเรียกว่าถุงก๊อปแก๊ปนั่นแหละค่ะ

เวลาเดินอยู่บนท้องถนนก็ต้องระวังกับดักน้ำลายให้ดี  เพราะคนจีนชอบถ่มน้ำลายไปทั่ว  พร้อมทั้งเมื่อได้ยินเสียงเอ็คโค่ก่อนจะมีการถ่มน้ำลายก็ยิ่งต้องระวังหลบหลีกให้ดี  ไม่อย่างนั้นอาจโดนลูกหลงได้

เวลาอยู่ในแหล่งชุมชนที่มีคนเยอะๆ  ก็ต้องระวังเช่นกัน  ต้องทำตัวให้กลมกลืนจะเดินก็ต้องเดินให้เร็ว  อย่าเหม่อเป็นอันขาด  เพราะเราไม่อาจรู้ได้ว่ามีพวกมิจฉาชีพคอยเพ่งเล็งเราอยู่หรือป่าว  เวลาสะพายกระเป๋ามีหลายคนคอยบอกให้เราสะพายไว้ด้านหน้าก็ขอให้เชื่อเถอะค่ะ  เพื่อความปลอดภัย  อย่าเปิดช่องให้พวกโจรหรือมิจฉาชีพเป็นดีค่ะ

การซื้อของต้องต่อราคาเยอะๆ  ค่ะ  ไม่อย่างนั้นต้องเสียรู้คนจีนแน่ๆ  ค่ะ

เรื่องของสภาพอากาศนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกไปเรียนเมืองไหน  ก็ควรมีการตรวจสอบสภาพอากาศของเมืองที่เราจะไปเรียนให้ดีว่าหนาวขนาดไหน  และดูด้วยว่าสภาพร่างกายเราจะทนได้แค่ไหน 

คนไทยเราโดยเฉพาะคนในกรุงเทพที่ไม่ค่อยได้เจออากาศหนาวก็เลือกเมืองที่หนาวสุดๆ  ไปเลยจะได้หายอยาก  แต่อย่าลืมนะค่ะว่าเราไม่ได้ไปเที่ยวแค่ไม่กี่วัน  แต่เราต้องทนต่อสภาพอากาศอย่างนี้ไปอีกหลายเดือน  ไม่ว่าจะยังไงเมื่อเราเลือกแล้วเราก็ต้องทนให้ได้ค่ะ

ส่วนในเรื่องของเสื้อผ้ากันหนาวนั้น  เราอาจพกจากเมืองไทยไปไม่กี่ตัวแล้วค่อยไปซื้อจากเมืองจีนดีกว่าค่ะ  เพราะจะมีให้เลือกหลายแบบแล้วราคาก็ถูกกว่าบ้านเรามาก

การอยู่ต่างบ้านต่างเมือง  สำหรับคนที่ไม่ค่อยได้อยู่ห่างจากพ่อแม่  หรือญาติมิตรสักเท่าไหร่  อาจเกิดอาการเหงาและคิดถึงบ้านได้  ก็พยายามอย่าอยู่คนเดียวคอยสังสรรค์กับเพื่อนๆ  ไว้ค่ะ  เพราะช่วยให้คลายเหงาไปได้  หรือไม่ก็ออกไปข้างนอกบ้างก็ดีค่ะ

เวลาขึ้นรถเมล์ก็จะแย่งกันขึ้น  บางครั้งเราก็ต้องทำตัวให้กลมกลืนกับเค้าไปค่ะ  ถ้ามัวแต่ไม่กล้าแย่งมีหวังไม่ได้ขึ้นแน่ค่ะ  ขอแค่อย่านำกลับมาใช้ที่ไทยแค่นั้นค่ะ

บนท้องถนนเราอาจได้ยินเสียงเพลงบรรเลงจากแตรรถกันฟรีๆ  ยิ่งช่วงรถติดด้วยแล้วขอให้เราทำใจเถอะค่ะ  เพราะเค้าจะกดแตรกันไม่หยุดเลย  ทั้งๆ  ที่ถึงกดไปรถก็ไม่สามารถขยับไปไหนได้อยู่ดี

เรื่องการโดยสารรถแท็กซี่  ถ้าไม่มีการเปิดมิเตอร์ต้องต่อรองราคากันให้ดี  เพราะเค้าจะบอกราคาที่แพงกว่าความเป็นจริง  และในบางครั้งถ้าเค้าเห็นว่าเราไปคนเดียวแล้วให้ราคาถูก  อย่านึกว่าทำไมเค้าถึงใจดีกับเราจัง  นั่นเป็นเพราะเค้าอาจรับผู้โดยสารคนอื่นร่วมทางไปกับเราก็ได้

มาถึงเรื่องการโทรศัพท์บ้างค่ะ  เพราะในจีนทั้งคนโทรและคนรับโทรศัพท์นั้นต้องเสียเงินทั้งสองฝ่าย  เราจึงเห็นเพื่อนคนจีนใช้การส่ง sms กันเป็นประจำ

เวลาของจีนจะเร็วกว่าไทยหนึ่งชั่วโมง  ไปถึงแล้วก็อย่าลืมปรับนาฬิกากันนะค่ะ  ไม่อย่างนั้นจะเข้าเรียนสาย  และผิดนัดโดยไม่ได้ตั้งใจ

ขอจบเรื่องเล่าไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อนนะค่ะ  ไว้โอกาสหน้าฟ้าใหม่จะมาเล่าให้ฟังต่อค่ะ  อยู่ไกลบ้านไกลเมืองก็อย่าลืมดูแลรักษาสุขภาพกันให้ดีนะค่ะ


Comments