การเรียนภาษาจีนให้ได้ผลนั้นต้องอยู่ที่ใจรักจริงๆ เพราะถ้าไม่มีใจรักแล้วต่อให้เรียนยังไง ใช้เวลานานแค่ไหนก็ดูจะไร้ประโยชน์ แม้ครูผู้สอนจะมีส่วนในความสำเร็จของเราอยู่บ้าง แต่ก็แค่บางส่วนเท่านั้น เพราะท้ายสุดตนก็เป็นที่พึ่งแห่งตนอยู่ดีค่ะ ฉันยังจำได้ว่าเมื่อเริ่มเรียนภาษาจีนครั้งแรกเลย ก็เริ่มจากศูนย์จริงๆ ไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง แต่เหล่าซือสอนดีค่ะก็เลยยิ่งทำให้เราอยากเรียนมากขึ้น นักเรียนในห้องก็มีประมาณสิบห้าสิบหกคนได้ค่ะ ทุกคนอายุน้อยกว่าฉันหมดเลย บางคนมาเรียนเพราะสมัครใจมาเรียนเอง ดูได้จากความตั้งใจ ส่วนเด็กบางคนพ่อแม่คงเล็งเห็นความสำคัญของภาษาจีนจึงส่งให้ลูกเรียนค่ะ ผลที่ได้ของเด็กที่เรียนเพราะอยากเรียนเอง ต่างกับเด็กที่พ่อแม่ส่งให้มาเรียน (หรืออาจจะเรียกว่าบังคับให้เรียนก็น่าจะได้) เพราะเด็กที่เรียนด้วยความสมัครใจดูจะเรียนรู้เรื่องกว่ามาก ส่วนเด็กที่มาเรียนเพราะไม่ได้มีความชอบ เรียนไปแม้จะหลายคอร์สแล้วก็ยังไม่สามารถอ่านแม้กระทั่งพินอินได้เลยค่ะ อันนี้น่าเสียดายมากค่ะ ฉะนั้นพ่อแม่หรือผู้ปกครองควรถามถึงความสมัครใจหรือความรู้สึกของเด็กสักนิดก่อนที่จะให้เรียนภาษาจีนนะค่ะ (อันนี้หมายถึงการเรียนภาษาจีนในสถาบันสอนพิเศษต่างๆนะค่ะ ไม่ได้หมายถึงสถาบันหรือโรงเรียนที่ได้รวมภาษาจีนไว้ในหลักสูตรแล้ว) เพราะไม่อย่างนั้นแล้วพ่อแม่ก็ต้องเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ แถมเด็กก็จะอยู่ในสภาพที่กดดันด้วยค่ะ การเรียนในสถาบันสอนภาษานั้นส่วนใหญ่จะแบ่งเป็นคอร์สๆ ไปค่ะไม่ว่าเราจะเรียนได้แค่ไหน สอบผ่านหรือไม่ผ่านก็สามารถที่จะเรียนในระดับต่อไปได้อยู่ดี เพราะทางสถาบันจะวัดแค่ชั่วโมงเรียนเท่านั้น แต่การรับรู้ภาษาของแต่ละคนย่อมไม่เท่ากัน บางคนรับรู้เร็ว บางคนรับรู้ช้า หากเรารู้ตัวว่าเรารับรู้ช้ากว่าเพื่อนก็ต้องขยันกันมากหน่อยค่ะ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วเมื่อขึ้นคอร์สต่อไปก็จะยิ่งกดดัน แล้วทำให้เรียนไม่รู้เรื่องไปกันใหญ่ หากใครต้องการเรียนภาษาจีนให้ได้ผลจริงๆ ก็จะต้องปฏิบัติตัวตามนี้นะค่ะ 1. อ่านพินอินให้คล่อง 2. จำคำศัพท์ในบทเรียนให้ได้ 3. รู้การวางรูปประโยคในภาษาจีน 4. หมั่นสังเกตว่าประโยคใดเหมือนหรือต่างกับภาษาไทยอย่างไร 5. หากเราอยากเก่งทักษะด้านไหน (ฟัง, พูด, อ่าน, เขียน) ก็ต้องฝึกด้านนั้นบ่อยๆ 6. ทบทวนบทเรียนซ้ำ 7. เตรียมตัวก่อนเรียนบทต่อไป |







