สถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงของจีน

จัตุรัสเทียนอันเหมิน 天安门广场
จัตุรัสเทียนอันเหมินในปัจจุบันมีพื้นที่ทั้งหมด 440,000 ตารางเมตร ถือเป็นจัตุรัสกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก กลางจัตุรัสเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์วีรชนและเสาธง ทุกวันจะมีผู้คนนับไม่ถ้วนมารอชมพิธีชักธงขึ้นและลงจากยอดเสา ด้านเหนือของจัตุรัสเป็นหอประตูเทียนอันเหมิน ด้านใต้ของจัตุรัสเป็นหอรำลึกท่านประธานเหมา ด้านตะวันออกเป็นพิพิธภัณฑ์การปฏิวัติแห่งชาติและพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์จีน ส่วนด้านตะวันตกเป็นที่ตั้งของมหาศาลาประชาคม สถานที่สำคัญเหล่านี้ล้วนเป็นสถาปัตยกรรมที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศจีน
 

กู้กง 故宫

กู้กงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า紫禁城  "จื่อจิ้นเฉิง" หรือพระราชวังต้องห้ามเป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1420 ในสมัยราชวงศ์หมิง เป็นพระราชวังประจำสองราชวงศ์ ได้แก่ราชวงศ์หมิงและชิง กู้กงเป็นพระราชวังที่ประทับและว่าราชการของราชสำนักที่ใหญ่ที่สุดในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง กู้กงสร้างอยู่บนเส้นแกนแนวเหนือจรดใต้เส้นกลางของเมือง โดยมีการขุดคูเมืองลึก 6 เมตรและสร้างกำแพงสูง 10 เมตรล้อมรอบบริเวณพระราชวังไว้
 
 
กู้กงเป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างอย่างสง่างามและยิ่งใหญ่ ภายในพระราชวังประกอบด้วยห้องต่างๆ กว่า 9,000 ห้อง ห้องเหล่านี้ล้วนมีโครงสร้างที่ทำจากไม้ หลังคากระเบื้องแก้วสีเหลือง ฐานหินสีขาวอมเขียว และประดับประดาด้วยภาพสีเหลืองทองอร่าม

นอกจากนี้ยังมีการแกะสลักรูปมังกรซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของจักรพรรดิตามพระที่นั่งต่างๆ ตรงตำแหน่งที่เห็นเด่นชัดอีกด้วย พระที่นั่งภายในพระราชวังทั้งหมดสร้างอยู่บนแนวเส้นแกนกลางจากทิศเหนือจรดใต้ โดยปีกของพระที่นั่งแผ่ออกไปสองข้าง แลดูเป็นแนวตรงจากเหนือจรดใต้และมีความสมดุลทั้งสองข้างซ้ายขวา บนแนวเส้นแกนกลางซึ่งปูด้วยหินอ่อนสีขาวเป็นทางเชื่อมระหว่างพระที่นั่งสำคัญภายในพระราชวัง ทางเชื่อมนี้สร้างไว้สำหรับเป็นทางเดินของจักรพรรดิเท่านั้น

หอรำลึกท่านประธานเหมา 毛主席纪念堂
 
ประธานเหมา เจ๋อตง(1893-1976) เป็นผู้สถาปนาและผู้นำคนสำคัญของพรรคคอมมิวนิสต์จีน กองทัพปลดแอกประชาชนจีนและสาธารณรัฐประชาชนจีน หอรำลึกท่านประธานเหมาตั้งอยู่ด้านทิศใต้ของอนุสาวรีย์วีรชน อยู่บนเส้นแกนกลางของอนุสาวรีย์วีรชนและกู้กง ภายในได้มีการจัดวางร่างของประธานเหมา เจ๋อตงไว้ในโลงแก้วคริสตัลซึ่งตั้งอยู่ตรงกลางของหอที่ระลึก เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มาเยี่ยมชมและแสดงความเคารพ
แหล่งที่มา  :  http://thai.cri.cn/learnchinese  บทที่7  เกร็ดวัฒนธรรม
Comments